posttoday
ยูเออีเผยโดรนถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วิกฤตอิหร่านยืดเยื้อ

ยูเออีเผยโดรนถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วิกฤตอิหร่านยืดเยื้อ

18 พฤษภาคม 2569

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เผยโดรนโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ ขณะความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านยังไร้ทางออก ดันวิกฤตพลังงานโลกตึงเครียด

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า เกิดเหตุโดรนโจมตีบริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “บารากาห์” ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายนอกพื้นที่ชั้นในของโรงงาน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่ยังคงเผชิญภาวะชะงักงันทางการทูตอย่างต่อเนื่อง

 

สำนักงานสื่อมวลชนกรุงอาบูดาบีระบุว่า เหตุโจมตีดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อระดับความปลอดภัยทางรังสี และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่กระทรวงกลาโหมยูเออียืนยันว่า สามารถสกัดโดรนได้อีก 2 ลำ โดยระบุว่าโดรนทั้งหมดถูกปล่อยจาก “พรมแดนด้านตะวันตก” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

 

ทางการยูเออีกำลังเร่งสอบสวนแหล่งที่มาของการโจมตี พร้อมย้ำว่าประเทศมีสิทธิ์เต็มที่ในการตอบโต้ “การก่อการร้าย” ดังกล่าว ด้านที่ปรึกษาทางการทูตของประธานาธิบดียูเออีระบุว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็น “การยกระดับอันตราย” ไม่ว่าจะดำเนินการโดยผู้ก่อเหตุโดยตรงหรือผ่านกลุ่มตัวแทน

ยูเออีเผยโดรนถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วิกฤตอิหร่านยืดเยื้อ

 

สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ ไอเออีเอ เปิดเผยว่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลฉุกเฉินยังสามารถจ่ายพลังงานให้หน่วยผลิตที่ 3 ของโรงไฟฟ้าได้ตามปกติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ “ความยับยั้งชั่งใจทางทหารสูงสุด” ในพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่เริ่มต้นจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตลอดช่วงสงคราม อิหร่านได้โจมตีประเทศอ่าวอาหรับหลายแห่งที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ รวมถึงยูเออี ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพื้นที่พลเรือน

 

สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศภารกิจทางเรือเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญที่สุดของโลก แม้ภารกิจดังกล่าวจะถูกระงับภายใน 48 ชั่วโมง แต่อิหร่านได้เพิ่มความถี่ในการโจมตีต่อยูเออีในเวลาต่อมา

ยูเออีเผยโดรนถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วิกฤตอิหร่านยืดเยื้อ

 

แม้เวลาจะผ่านมากกว่า 5 สัปดาห์หลังข้อตกลงหยุดยิงเปราะบางเริ่มมีผล แต่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์และยกเลิกการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม การยุติปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน และให้ยุติการสู้รบทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลกำลังสู้รบกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เตือนอิหร่านว่า “เวลาของอิหร่านกำลังหมดลง และพวกเขาต้องรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่เหลืออะไรอีก”

รายงานจาก Axios ระบุว่า ทรัมป์เตรียมหารือกับทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติในวันอังคาร เพื่อพิจารณาทางเลือกทางทหารต่ออิหร่านเพิ่มเติม

 

ด้านพลตรีอโบลฟาซล์ เชการ์ชี โฆษกกองทัพอิหร่าน เตือนว่า หากสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำขู่ จะต้องเผชิญ “สถานการณ์ใหม่ที่รุนแรงและคาดไม่ถึง” พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ กำลังนำตนเองเข้าสู่ “หล่มวิกฤต”

 

ขณะเดียวกัน วิกฤตการปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกอย่างรุนแรง จนถูกมองว่าเป็น “วิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” โดยสหรัฐฯ ระบุว่า ได้สั่งเปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์แล้ว 81 ลำ และสกัดเรืออีก 4 ลำ เพื่อบังคับใช้มาตรการปิดล้อมต่ออิหร่าน

 

ด้านนายอิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน เปิดเผยว่า เตหะรานได้จัดเตรียมกลไกบริหารเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซไว้แล้ว และจะประกาศรายละเอียดในเร็ว ๆ นี้

 

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ทั้งในอิหร่านและเลบานอน ขณะที่แม้อิสราเอลและเลบานอนจะขยายข้อตกลงหยุดยิงออกไปอีก 45 วัน แต่การปะทะกันตามแนวชายแดนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

ถอดบทเรียนมักกะสัน: รถไฟชนรถเมล์บรรทัดฐานคดีอาญา "ขับไม่เร็ว แต่ไม่เตือน"

ถอดบทเรียนมักกะสัน: รถไฟชนรถเมล์บรรทัดฐานคดีอาญา "ขับไม่เร็ว แต่ไม่เตือน"