
สหรัฐฯ-จีนตึงเครียดหนัก! ก่อนการประชุมสุดยอด ทรัมป์-สีจิ้นผิง
สหรัฐฯ-จีนตึงเครียดหนัก! ปมน้ำมันอิหร่านและชิงความได้เปรียบในสมรภูมิ AI ก่อนการประชุมสุดยอด ทรัมป์-สีจิ้นผิง เดือนหน้า
เค้าลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนเริ่มคุกรุ่นขึ้นอีกครั้งก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำเดือนหน้า แม้ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ต่างหวังฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้มีเสถียรภาพ แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดเมื่อทั้งสองฝ่ายเร่งอุดช่องโหว่ทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะปมท่อน้ำเลี้ยงน้ำมันอิหร่านและการแย่งชิงความเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ยกระดับการจับตาความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและเตหะรานอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันเอกชนรายใหญ่ของจีน ด้าน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกโรงเตือนว่า ธนาคารพาณิชย์จีนอาจโดนหางเลขคว่ำบาตรตามไปด้วย หากยังคงทำตัวเป็นท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้ย้ำเตือนสถาบันการเงินต่างๆ อย่างเด็ดขาดให้หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดเมื่อทางการจีนสั่งเบรกดีลประวัติศาสตร์ที่ Meta ยื่นข้อเสนอ 2 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อกิจการ "Manus" สตาร์ทอัพ AI ดาวรุ่งของจีน นับเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดที่สุดเพื่อรั้งนวัตกรรมล้ำยุคให้อยู่ในประเทศ
นอกจากนี้ จีนเพิ่งคลอดกฎระเบียบใหม่เพื่อรักษาสถานะมหาอำนาจด้านการผลิต โดยพุ่งเป้าสกัดบริษัทต่างชาติที่คิดจะย้ายฐานการผลิตหนี หรือบริษัทที่โอนอ่อนตามมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
"สหรัฐฯ กับจีนตอนนี้เหมือนแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นที่กำลังเบียดชนกัน" เบน คอสเตรวา ทนายความด้านการค้าระหว่างประเทศจาก Hogan Lovells และอดีตเจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐฯ ให้ความเห็น
"แม้ความสัมพันธ์ฉากหน้าจะดูราบรื่น แต่แรงกดดันที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็พร้อมจะทำให้สถานการณ์แตกหักได้ทุกเมื่อ"
ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการหารือระดับผู้นำ ทั้งวอชิงตันและปักกิ่งต่างฉวยจังหวะนี้สร้างเกราะคุ้มกันห่วงโซ่อุปทาน ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และงัดข้อได้เปรียบมาต่อรองกันอย่างดุเดือด
สำหรับ สี จิ้นผิง การโชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยีของจีนถือเป็นการสกัดหมากของทรัมป์ ที่มักใช้โควตาชิปขั้นสูงมาเป็นเครื่องมือต่อรอง ทว่าในขณะเดียวกัน การที่สหรัฐฯ ปิดล้อมอ่าวเปอร์เซียก็ตอกย้ำจุดอ่อนของรัฐบาลปักกิ่งเช่นกัน เนื่องจากจีนต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากที่สุดในโลก และพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึง 40%
ฝั่งผู้นำรีพับลิกันเองก็เตรียมขึ้นเวทีซัมมิตด้วยท่าทีที่ยังแก้ไม่ตกกับวิกฤตสงครามในอิหร่าน ซึ่งผู้นำเยอรมนีถึงกับมองว่าเป็นเรื่องที่ "หยามเกียรติ" สหรัฐฯ อย่างยิ่ง
ดังนั้น การสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านขายน้ำมันให้จีนซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่เหมาโควตาส่งออกถึง 90% จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะบีบให้อิหร่านยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องความเป็นไปได้ในการคว่ำบาตรธนาคารจีน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนตอบโต้ทันควัน โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ "เลิกใช้อำนาจศาลนอกอาณาเขตและยุติการคว่ำบาตรชาติอื่นตามอำเภอใจ"
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟรองซัวส์ อู๋ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ยอมรับว่าไต้หวันหวั่นเกรงที่จะตกเป็น "หมากบนโต๊ะเจรจา" ของสองมหาอำนาจ
ปัจจุบันไต้หวันกำลังเร่งผลักดันงบประมาณพิเศษเพื่อจัดซื้ออาวุธจากวอชิงตันเพิ่มเติม ซึ่ง สี จิ้นผิง เคยส่งสัญญาณเตือนทรัมป์แล้วว่าต้องจัดการเรื่องนี้ด้วย "ความระมัดระวังอย่างยิ่ง"
ย้อนไปเมื่อครั้ง สี จิ้นผิง พบกับ โจ ไบเดน ในการประชุมที่เปรูเมื่อปี 2024 ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องเรื่องการยกระดับความร่วมมือด้าน AI ทว่าในการประชุมเดือนหน้า "การแข่งขัน" น่าจะกลายเป็นหัวใจหลักของการเจรจาแทนที่ความร่วมมือ
ฝั่งสภาคองเกรสก็รุกหนักไม่แพ้กัน สส. ทั้งสองพรรคเร่งผลักดันกฎหมายอุดรอยรั่วไม่ให้เทคโนโลยีล้ำยุคไหลเข้าจีน สาเหตุหนึ่งมาจากความกังวลที่ทรัมป์เคยไฟเขียวให้ขายชิปขั้นสูงแก่จีน ซึ่งขัดใจกลุ่มที่ปรึกษาสายเหยี่ยวอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนว่า การฟื้นฟูความสัมพันธ์จะต้องไม่ลิดรอนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รวมถึงปัญหาขาดดุลการค้า







