posttoday
เดือดจริง! UAE สลัด OPEC+ เปิดศึก Price War เขย่าน้ำมันโลก - หุ้นพลังงาน ใครร่วง..ใครรอด ?

เดือดจริง! UAE สลัด OPEC+ เปิดศึก Price War เขย่าน้ำมันโลก - หุ้นพลังงาน ใครร่วง..ใครรอด ?

29 เมษายน 2569

เกมเปลี่ยน! การถอนตัวของ "สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)" ไม่ใช่แค่การเมือง แต่คือการเปิดทางเพิ่ม Supply แบบไร้เพดาน! เสี่ยงกดราคาน้ำมันในระยะยาว บล.ทรีนีตี้ชี้ Brent อาจหลุด 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบหุ้นต้นน้ำเต็มสูบ ด้าน บล.บัวหลวง คาดราคาน้ำมันพุ่งระยะสั้น เก็งกำไรพลังงาน-โรงกลั่นสวย

KEY

POINTS

  • เกมเปลี่ยน! การถอนตัวของ UAE ไม่ใช่แค่การเมือง แต่คือการเปิดทางเพิ่ม Supply แบบไร้เพดาน! เสี่ยงกดราคาน้ำมันในระยะยาว
  • บล.ทรีนีตี้ชี้ Brent อาจหลุด 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบหุ้นต้นน้ำเต็มสูบ
  • ด้าน บล.บัวหลวง คาดราคาน้ำมันพุ่งระยะสั้น เก็งกำไรพลังงาน-โรงกลั่นสวย

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า "UAE" ถอนตัว "OPEC+"  จุดเริ่มต้น Price War และแรงกดดันระยะยาวต่อราคาน้ำมัน

ย้อนกลับไปในตอนที่ "สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)" ประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และ OPEC+ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป

นั่นหมายความว่า UAE สามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้อย่างอิสระตามยุทธศาสตร์ชาติตนเองโดยไม่ต้องผูกพันกับโควตาการผลิตของกลุ่ม

UAE คือ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) เป็นสหพันธรัฐที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับ ประกอบด้วย 7 รัฐ (Emirates) ได้แก่ อาบูดาบี (เมืองหลวง), ดูไบ, ชาร์จาห์, อัจมาน, อุมม์อัลกุเวน, ราสอัลไคมาห์ และฟูไจราห์ มีความโดดเด่นด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และน้ำมัน

ขณะที่ กลุ่ม OPEC (Organization of the Petroleum Exporting Countries) หรือองค์กรกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน มีสมาชิกก่อตั้ง 5 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศซาอุดีอาระเบีย อิรัก อิหร่าน คูเวต และเวเนซุเอลา

ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ แอลจีเรีย, คองโก, อิเควทอเรียลกินี, กาบอง, อิหร่าน, อิรัก, คูเวต, ลิเบีย, ไนจีเรีย, ซาอุดีอาระเบีย, เวเนซุเอลา

กลุ่ม OPEC+ คือพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันที่เกิดจากการรวมตัวกันระหว่างกลุ่มโอเปก (OPEC) และพันธมิตรภายนอก (Non-OPEC) โดยเพิ่มสมาชิกประเทศ รัสเซีย, คาซัคสถาน, โอมาน, เม็กซิโก, อาเซอร์ไบจาน, บาห์เรน, มาเลเซีย, ซูดาน, ซูดานใต้, บรูไน

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่มีผลต่ออำนาจการต่อรองของกลุ่มในตลาดโลก และเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

และนั่นอาจสะท้อนได้ถึงความเห็นที่ไม่ลงรอยกันในนโยบายการผลิตระหว่าง UAE และซาอุดีอาระเบียที่เป็นผู้นำกลุ่ม

เดือดจริง! UAE สลัด OPEC+ เปิดศึก Price War เขย่าน้ำมันโลก - หุ้นพลังงาน ใครร่วง..ใครรอด ?

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ มองว่าการตัดสินใจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในการถอนตัวจาก OPEC ในปีพ.ศ.2569 (คศ.2026) เป็นสัญญาณเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญต่อโครงสร้างตลาดน้ำมันโลก เนื่องจาก UAE ถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับต้นของกลุ่ม โดยมีปริมาณการผลิตจริงราว 3.6-4.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ยังมีกำลังการผลิตส่วนเหลือ (Spare Capacity) ในระดับสูงราว 4.5-4.85 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสามารถเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว 

การถอนตัวดังกล่าวสะท้อนว่าอาบูดาบีไม่ต้องการแบกรับ Opportunity Cost จากข้อจำกัดด้านโควตาการผลิตอีกต่อไป โดยเฉพาะหลังจาก ADNOC ลงทุน Capex จำนวนมากเพื่อยกระดับกำลังการผลิตสู่เป้าหมาย 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปีพ.ศ. 2570 (คศ.2027)

ในเชิงโครงสร้าง ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าประเด็นดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันด้าน Downside Risk ต่อราคาน้ำมันในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากการออกจากกรอบความร่วมมือของ UAE อาจลดประสิทธิภาพของ OPEC+ ในการบริหารอุปทาน และเพิ่มความเสี่ยงที่ตลาดจะเข้าสู่ภาวะการแข่งขันด้านปริมาณมากขึ้น

หาก UAE เร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อช่วงชิง Market Share จะทำให้ตลาดมีความเสี่ยงเกิด Excess Supply และกดดันราคาน้ำมันให้ปรับลดลงจากระดับสูงในปัจจุบัน 

แม้ระยะสั้นราคาน้ำมันอาจยังได้รับแรงพยุงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง แต่ภาพระยะยาวมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น จากการที่ตลาดสูญเสียกลไก Price Setting ที่เคยมี OPEC+ เป็นศูนย์กลาง

มุมมองเชิงกลยุทธ์ ประเด็นนี้ถือเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นต้นน้ำ อย่าง "บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP" หากราคาน้ำมันเริ่มสะท้อนความเสี่ยง Price War และอ่อนตัวกลับสู่กรอบต่ำลง โดยเฉพาะกรณีที่ Brent มีโอกาสถอยกลับสู่ระดับราว 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะยาว 

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นหุ้นกลุ่มพลังงานอาจยังได้รับ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ "กลุ่มโรงกลั่น" อาจได้ประโยชน์เชิงต้นทุนหากราคาน้ำมันดิบลดลง

ภาพ PTTEP

ราคาน้ำมันพุ่งระยะสั้น หนุนพลังงาน-โรงกลั่น

บทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า UAE ประกาศออกจากกลุ่ม OPEC และ OPEC+ มีผล 1 พ.ค. สร้างความไม่แน่นอนต่อโครงสร้างการควบคุมอุปทานน้ำมันโลกในระยะสั้น และเพิ่มความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนและปรับขึ้นจาก sentiment ตลาด โดยมองเป็นจังหวะเปิดโอกาสในการเก็งกำไรในหุ้นพลังงาน เช่น PTTEP, PTT, BANPU และกลุ่มโรงกลั่น

ในเชิงโครงสร้าง UAE เป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 3 ใน OPEC มีกำลังผลิต ~3.4 ล้านบาร์เรล/วัน การออกจากกลุ่มทำให้ไม่ต้องอยู่ภายใต้โควตาการผลิต และสามารถกำหนดระดับการผลิตเอง โดยมีแผนเพิ่มกำลังผลิตเป็น 5.0 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2027

ดังนั้น ภาพระยะสั้นจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งจากความไม่แน่นอน “uncertainty-driven” แต่ในระยะกลาง–ยาว การเพิ่มกำลังผลิตของ UAE รวมถึงแรงจูงใจให้ประเทศอื่นเพิ่ม ผลผลิตออกมาด้วย เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด อาจกดดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวลงได้

ระยะสั้นเป็นบวกต่อ sentiment หุ้นพลังงาน โดยเฉพาะ "ต้นน้ำ" อย่างน้ำมัน PTTEP และถ่านหิน BANPU จากราคาน้ำมันที่ผันผวนขึ้น แต่ต้องระวังแรงกดดันในระยะถัดไปหาก supply เพิ่มเร็วกว่าคาด

โผหุ้นโรงกลั่นไทย

เปิดรายชื่อ "หุ้นโรงกลั่น" ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ดังนี้คือ

  • บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ปัจจุบันมีกำลังการกลั่น 275,000 บาร์เรลต่อวัน
  • บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC มีโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ จ. ระยอง เพื่อผลิตและจำหน่าย น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน และน้ำมันเตา 
  • บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC โรงกลั่นและปิโตรเคมีครบวงจร
  • บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง กำลังการกลั่น 175,000 บาร์เรลต่อวัน
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เจ้าของโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง และโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา กำลังการกลั่นรวมประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวัน

ภาพ โรงกลั่น

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น PTTEP ปิดการซื้อขายช่วงเช้าในวันนี้ (27 เม.ย.69) อยู่ที่ 151 บาท ราคาปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,114.68 ล้านบาท

หุ้น PTT ปิดที่ 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท คิดเป็น +0.71% มูลค่าการซื้อขาย 1,998.09 ล้านบาท

หุ้น BANPU ปิดที่ 5.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท คิดเป็น +4.55% มูลค่าการซื้อขาย 174.15 ล้านบาท

หุ้น TOP ปิดที่ 49 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท คิดเป็น +5.95% มูลค่าการซื้อขาย 1,235.50 ล้านบาท

หุ้น IRPC ปิดที่ 2 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท คิดเป็น +8.70% มูลค่าการซื้อขาย 759.93 ล้านบาท

หุ้น PTTGC ปิดที่ 38.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท คิดเป็น +2.67% มูลค่าการซื้อขาย 816.97 ล้านบาท

หุ้น SPRC ปิดที่ 7.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท คิดเป็น +2.11% มูลค่าการซื้อขาย 191.62 ล้านบาท

หุ้น BCP ปิดที่ 36.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท คิดเป็น +0.69% มูลค่าการซื้อขาย 91.17 ล้านบาท.

ข่าวล่าสุด

มติเอกฉันท์! กนง. คงดอกเบี้ย 1% รับมือเศรษฐกิจชะลอ-เงินเฟ้อพุ่งจากสงคราม

มติเอกฉันท์! กนง. คงดอกเบี้ย 1% รับมือเศรษฐกิจชะลอ-เงินเฟ้อพุ่งจากสงคราม