สิงคโปร์นำร่องเอเชีย งัดมาตรการสกัดเงินเฟ้อ รับวิกฤตสงคราม
แบงก์ชาติสิงคโปร์ (MAS) ปรับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนให้แข็งค่าขึ้น ถือเป็นชาติแรกในเอเชียที่ขยับตัวรับมือต้นทุนพลังงานพุ่งจากเหตุขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) มีมติปรับเพิ่มความชัน (Slope) ของกรอบนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินนโยบายการเงินแทนการใช้อัตราดอกเบี้ย โดยยังคงความกว้างและจุดกึ่งกลางของกรอบนโยบายไว้ตามเดิม สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ประเมินว่าสิงคโปร์ต้องเร่งสกัดกั้นความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
MAS ระบุว่า ต้นทุนการนำเข้าพลังงานของสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว และราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไปแม้อุปทานจากตะวันออกกลางจะกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งท้ายที่สุด เมื่อต้นทุนพลังงานถูกส่งผ่านไปยังห่วงโซ่อุปทาน ราคาสินค้านำเข้าอื่นๆ ของสิงคโปร์ก็จะแพงขึ้นตามไปด้วย
การขยับตัวของสิงคโปร์สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคที่ยังคงสงวนท่าทีเพื่อรอดูผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารกลางอินเดียและเกาหลีใต้เพิ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ก็มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน
ในด้านภาพรวมเศรษฐกิจ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI) รายงานว่า จีดีพีไตรมาสแรกของปีนี้หดตัวลง 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากภาคการผลิตที่ทรุดตัวถึง 4.9% ซึ่งแผ่วลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่เคยขยายตัวได้ดีจากกระแสการลงทุนด้าน AI อย่างไรก็ตาม หากเทียบเป็นรายปี (YoY) เศรษฐกิจสิงคโปร์ยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้ที่ระดับ 4.6%


