posttoday

สหรัฐฯปิดล้อมอิหร่านทำน้ำมันพุ่งบีบไทยรับมือต้นทุนพลังงานพุ่งนิวนอร์มอล

14 เมษายน 2569

ม.ล.ณัฏฐกรณ์วิเคราะห์สหรัฐฯใช้ยุทธวิธีปิดล้อมทางทะเลสกัดน้ำมันอิหร่านทำราคาพลังงานโลกพุ่งกระทบไทยต้องปรับตัวรับต้นทุนใหม่หลังกลไกตลาดเสี่ยงวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ใช้นโยบายปิดล้อมทางทะเลเพื่อสกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งเสี่ยงทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากการหยุดชะงักของการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ
  • ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลโดยตรงให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกทะยานสูงขึ้น กลายเป็นต้นทุนพลังงานที่เป็น "ความปกติใหม่" (New Normal)
  • ประเทศไทยต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยภาครัฐมีข้อจำกัดในการอุดหนุนราคาและควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด

วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ปิดล้อมสหรัฐฯ: สงครามพลังงานที่ไทยไม่อาจหลีกเลี่ยง

สภาวะความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดเปราะบางที่สุดของเศรษฐกิจโลก เมื่อสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินนโยบาย “ปิดตายอิหร่าน” ด้วยยุทธวิธีปิดล้อมทางทะเล ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล นักวิเคราะห์การต่างประเทศระบุว่า เจตนาหลักคือการสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านส่งออกน้ำมันและสินค้าเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจ โดยพยายามเลือกปฏิบัติให้เรือจากประเทศพันธมิตรอย่างซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ผ่านได้เพื่อประคองราคาพลังงานโลกไม่ให้ผันผวนจนเกินการควบคุม

อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์นี้ถูกมองว่าอาจล้มเหลวในเชิงปฏิบัติ เนื่องจากอิหร่านมีศักยภาพในการตอบโต้ด้วยโดรน ขีปนาวุธ และทุ่นระเบิด ซึ่งจะเปลี่ยนช่องแคบให้กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจนเรือสินค้าทั่วไปไม่กล้าสัญจร ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ให้ความเห็นว่า “หากอิหร่านไม่ยอม ช่องแคบจะเต็มไปด้วยโดรนและขีปนาวุธ สุดท้ายช่องแคบก็จะถูกปิดไปโดยปริยาย เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงถูกลูกหลง” สิ่งนี้สะท้อนว่าสหรัฐฯ อาจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จตามแผนที่วางไว้ในกระดาษ

ในมิติของมหาอำนาจ จีนและรัสเซียต่างมีบทบาทสำคัญในการคานอำนาจนี้ โดยจีนอาจตอบโต้หากการขนส่งน้ำมันของตนถูกกระทบ ขณะที่รัสเซียอาจได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ทะยานสูงขึ้นและพร้อมสนับสนุนข้อมูลยุทธศาสตร์ให้อิหร่าน สถานการณ์จึงมีแนวโน้มยืดเยื้อจากภาวะความเชื่อมั่นที่ผิดเพี้ยน (Illusion) ของทั้งสองฝ่ายที่ต่างคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า ส่งผลให้ความขัดแย้งนี้กลายเป็นสงครามตัวแทนเชิงเศรษฐกิจที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาคและระดับโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  

ผลกระทบต่อประเทศไทยมีความชัดเจนในด้านต้นทุนพลังงาน ซึ่ง ม.ล.ณัฏฐกรณ์ มองว่าคนไทยต้องเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันที่จะกลายเป็น “ความปกติใหม่” (New Normal) ทันทีที่ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกหายไปก้อนใหญ่ นอกจากนี้ยังเกิดความเสี่ยงวิกฤตอาหารในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่นำเข้าอาหารผ่านช่องแคบนี้ถึงร้อยละ 80 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะย้อนกลับมาสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงภาคการผลิตและขนส่งของไทยอย่างรุนแรงในระยะยาว

สำหรับการปรับตัวของภาครัฐ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เสนอแนะให้รัฐบาลไทยปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดจะดีที่สุด โดยเน้นย้ำว่า “รัฐบาลควรปรับตัวตามกลไกตลาด เนื่องจากไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะแบกรับภาระการเยียวยาได้นาน เว้นแต่จะก่อหนี้ใหม่” ข้อเสนอนี้เป็นการเตือนให้ไทยตระหนักถึงขีดจำกัดด้านงบประมาณในภาวะวิกฤตพลังงานที่อาจไม่จบลงง่าย ๆ และการพยุงราคาน้ำมันโดยฝืนกลไกตลาดอาจสร้างภาระทางการคลังที่หนักหน่วงเกินความจำเป็น

สรุปสาระสำคัญของสถานการณ์นี้คือความยืดเยื้อที่ไม่มีผู้ชนะอย่างแท้จริง แนวโน้มในอนาคตชี้ให้เห็นว่าต้นทุนการดำรงชีวิตจะสูงขึ้นอย่างถาวร แนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนคือการที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับโครงสร้างการใช้พลังงานและยอมรับความผันผวนของราคาตามตลาดโลก เพื่อป้องกันภาวะล้มละลายทางการคลังจากการอุดหนุนราคาพลังงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในขณะที่แรงกดดันจากมหาอำนาจอื่นจะยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางความมั่นคงของภูมิภาคต่อไป

วิเคราะห์และสรุปประเด็นสำคัญ

ยุทธศาสตร์ปิดล้อมที่เสี่ยงล้มเหลว: สหรัฐฯ พยายามปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของอิหร่านแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่อิหร่านมีศักยภาพในการตอบโต้ทางทหารที่อาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดโดยสมบูรณ์ กระทบต่อการสัญจรของเรือสินค้าทั่วโลก

ไทยต้องรับมือนิวนอร์มอลด้านพลังงาน: เมื่อปริมาณน้ำมันโลกลดลง ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นต้นทุนใหม่ที่ผู้บริโภคไทยต้องแบกรับ โดยรัฐบาลมีขีดจำกัดในการอุดหนุนและควรปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด

ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้าง: วิกฤตนี้ไม่ได้จำกัดแค่สหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ยังดึงจีนและรัสเซียเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงเสี่ยงเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหารในตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันให้สถานการณ์ยืดเยื้อและซับซ้อนยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ส่อง 5 “เมืองไม่ง้อพลังงานฟอสซิล” ที่เข้าใกล้พลังงานสะอาด 100% ที่สุด (2)