posttoday

สหรัฐเสริมทัพทหารพลร่มในตะวันออกกลาง รับมือสงครามอิหร่าน

31 มีนาคม 2569

กองทัพสหรัฐส่งพลร่มหลายพันนายสู่ตะวันออกกลาง เสริมกำลังรับมือสงครามอิหร่าน ขณะทรัมป์ชั่งใจทางเลือกทางทหารและการเจรจา

กองทัพสหรัฐเริ่มส่งกำลังพลจากหน่วยรบข้าสู่ตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า ทหารพลร่มนับพันนายจากกองพลส่งทางอากาศที่ 82 ได้ทยอยเข้าประจำการในภูมิภาคแล้ว

 

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติมในการดำเนินสงครามกับอิหร่าน ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการขยายปฏิบัติการทางทหาร

 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาส่งกำลังทหารเพิ่มเติมหลายพันนายเข้าสู่ตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติการในอนาคต แม้ยังไม่มีการตัดสินใจส่งกำลังเข้าสู่ดินแดนอิหร่านโดยตรง แต่การเสริมกำลังครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในทุกมิติ

สหรัฐเสริมทัพทหารพลร่มในตะวันออกกลาง รับมือสงครามอิหร่าน

 

กำลังพลที่ถูกส่งไปประกอบด้วยหน่วยบัญชาการ องค์ประกอบด้านลอจิสติกส์ และหน่วยรบระดับกองพลน้อย ขณะเดียวกัน ยังมีการส่งกำลังทหารเรือ นาวิกโยธิน และหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าสู่พื้นที่เพิ่มเติม โดยเฉพาะนาวิกโยธินราว 2,500 นายที่เดินทางถึงภูมิภาคในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

แหล่งข่าวระบุว่า หนึ่งในภารกิจที่อาจถูกพิจารณาคือการเข้าควบคุมเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน คิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของการส่งออกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากอิหร่านมีขีดความสามารถในการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน

 

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการส่งกำลังทหารเข้าสู่ชายฝั่งอิหร่าน เพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก

 

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐกำลังเจรจากับฝ่ายที่มีความ “สมเหตุสมผลมากขึ้น” ภายในอิหร่าน เพื่อยุติความขัดแย้ง แต่ขณะเดียวกันก็เตือนว่า หากอิหร่านไม่เปิดเส้นทางในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐอาจดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

สหรัฐเสริมทัพทหารพลร่มในตะวันออกกลาง รับมือสงครามอิหร่าน

 

ในอีกด้านหนึ่ง ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ผู้นำสหรัฐมีแนวคิดให้ประเทศอาหรับเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของสงคราม ขณะที่การเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินไปในทิศทางที่เป็นบวก แม้ถ้อยแถลงต่อสาธารณะของอิหร่านจะมีความแข็งกร้าว

 

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารภาคพื้นดินของสหรัฐ แม้ในภารกิจจำกัด ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากกระแสสนับสนุนจากประชาชนอยู่ในระดับต่ำ และขัดกับคำมั่นก่อนการเลือกตั้งของทรัมป์ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งใหม่ในตะวันออกกลาง

 

นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 11,000 แห่ง มีทหารได้รับบาดเจ็บกว่า 300 นาย และเสียชีวิตแล้ว 13 นาย สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและขอบเขตของสงครามที่ยังไม่มีแนวโน้มยุติในระยะสั้น

สหรัฐเสริมทัพทหารพลร่มในตะวันออกกลาง รับมือสงครามอิหร่าน

 

ข่าวล่าสุด

เฟดส่งสัญญาณรอดูผลสงครามต่อเงินเฟ้อสหรัฐ ยังไม่ตัดสินใจนโยบายการเงิน