ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก สงครามตะวันออกกลางกดดันเงินเฟ้อ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบแรง หลังสงครามสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่ง กังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น ฉุดหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ร่วงทั่วกระดาน
ตลาดหุ้นสหรัฐหรือ Wall Street ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ส่งผลให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น
สถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย โดยกองทัพสหรัฐเตรียมส่งเรือยกพลขึ้นบกพร้อมกำลังพลนับพันนายเข้าสู่ภูมิภาค ขณะที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านย้ำถึง “เอกภาพ” ของคนในชาติ และ “การต่อต้าน”การรุกรานทุกรูปแบบ
แรงขายกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดย Nvidia และ Tesla ร่วงกว่า 3% ขณะที่ Alphabet, Meta Platforms และ Microsoft ปรับลดลงราว 2%
ดัชนีหลักปิดในแดนลบทั้งหมด ได้แก่
S&P 500 ลดลง 1.51% ที่ 6,506.48 จุด
Nasdaq Composite ลดลง 2.01% ที่ 21,647.61 จุด
Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.96% ที่ 45,577.47 จุด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี หลังอิรักประกาศภาวะสุดวิสัย (force majeure) ต่อแหล่งน้ำมันที่พัฒนาโดยบริษัทต่างชาติ และสถานการณ์สงครามยิ่งทวีความรุนแรง
น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 112.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.26%
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดใกล้ระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านตลาดทองคำ ราคาปรับตัวลดลงแม้ความเสี่ยงโลกเพิ่มขึ้น โดยราคาทองสปอต ปรับลดลง 1.8% อยู่ที่ประมาณ 4,563.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนเมษายนลดลง 0.7% อยู่ที่ 4,574.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์


