posttoday

สงครามอิหร่านกดดันตลาด หุ้นสหรัฐ-ราคาทองปิดลบ น้ำมันพุ่ง

12 มีนาคม 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง หลังสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านรุนแรงขึ้น กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะราคาน้ำมันพุ่งเกือบ 5% ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานโลก

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในวันพุธ (12 มี.ค.) ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ หลังนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน แม้ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐจะออกมาตามคาดและอยู่ในระดับที่ค่อนข้างควบคุมได้

 

ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลง 289.24 จุด หรือ 0.61% ปิดที่ 47,417.27 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 5.68 จุด หรือ 0.08% ปิดที่ 6,775.80 จุด ส่วน Nasdaq Composite ซึ่งได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 19.03 จุด หรือ 0.08% ปิดที่ 22,716.14 จุด

 

บรรยากาศการซื้อขายตลอดวันเป็นไปอย่างผันผวน โดยนักลงทุนเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน หลังอิหร่านยังคงโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ตลาดกังวลถึงความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) พยายามสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาด โดยระบุว่าซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เสนอปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวน 400 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาด

 

เงินเฟ้อสหรัฐอยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่ตลาดยังไม่คลายกังวล

 

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยอัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ใกล้เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ภายในช่วงครึ่งเปอร์เซ็นต์

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินไม่ได้ตอบรับข้อมูลดังกล่าวมากนัก เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ความขัดแย้งกับอิหร่านจะทวีความรุนแรง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและอาจกดดันเงินเฟ้อในอนาคต

 

ความกังวลด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีก หลังผู้บัญชาการทหารอิหร่านเตือนว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจพุ่งแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมากกว่าสองเท่าของระดับปัจจุบัน

 

นักวิเคราะห์มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป ขณะเดียวกันต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นกับสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อสูง (stagflation)

 

น้ำมันพุ่งเกือบ 5% จากความกังวลอุปทาน

 

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังเกิดการโจมตีเรือเพิ่มเติมในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความวิตกเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานทวีความรุนแรง

 

สัญญาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 4.18 ดอลลาร์ หรือ 4.8% ปิดที่ 91.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.80 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 87.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แม้ IEA จะเสนอปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ปริมาณดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานในตลาดโลกได้

 

ทองคำอ่อนตัวจากดอลลาร์แข็งค่า

 

ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และความกังวลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป

 

ราคาทองสปอตลดลง 0.4% อยู่ที่ 5,169.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวขึ้นในการซื้อขายวันก่อนหน้า ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนเมษายนปิดลดลง 1.2% ที่ 5,179.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

 

ข่าวล่าสุด

วิกฤตน้ำมันวนลูป กองทุนน้ำมันฯติดลบ ทางออก ประเทศไทย อยู่ตรงไหน