ครบ 1 สัปดาห์ ทรัมป์กดดันอิหร่านยอมจำนนโดยปราศจากเงื่อนไข
ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่าน “ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข” หลังสงครามร่วมกับอิสราเอลดำเนินครบหนึ่งสัปดาห์ ขณะการโจมตีลุกลามหลายประเทศและตลาดโลกผันผวนหนัก
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อิหร่าน “ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข” ภายหลังการสู้รบร่วมกับอิสราเอลดำเนินมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ท่ามกลางการโจมตีทางทหารที่ขยายวงกว้างและสัญญาณความพยายามไกล่เกลี่ยจากนานาชาติ
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันศุกร์ ระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐจะไม่ทำข้อตกลงใดกับอิหร่านนอกจากการยอมจำนนโดยสมบูรณ์ พร้อมระบุว่า หลังจากนั้นสหรัฐและพันธมิตรจะร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจของอิหร่านให้แข็งแกร่งกว่าเดิม และสนับสนุนการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ที่ “ยิ่งใหญ่และเป็นที่ยอมรับ”
คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีหลายประเทศเริ่มความพยายามไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง แม้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดหรือชื่อประเทศที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ท่าทีแข็งกร้าวของผู้นำสหรัฐสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกทันที โดยตลาดหุ้นยุโรปร่วงลงอย่างฉับพลัน ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามที่กระทบต่อเส้นทางพลังงานโลกอาจยืดเยื้อ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เขาต้องการมีบทบาทในการช่วยเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน แทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่วันแรกของสงคราม โดยโฆษกทำเนียบขาวยอมรับว่า หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐกำลังพิจารณาบุคคลที่อาจเหมาะสมสำหรับตำแหน่งดังกล่าว
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภาคสนามยังคงทวีความรุนแรง อิสราเอลได้ขยายการโจมตีไปยังเลบานอน โดยโจมตีกรุงเบรุตอย่างหนัก หลังสั่งอพยพประชาชนออกจากเขตชานเมืองทางตอนใต้ของเมืองเกือบทั้งหมด ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
กองทัพอิสราเอลระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังศูนย์บัญชาการของหน่วยกองทัพเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน รวมถึงฐานปฏิบัติการของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ขณะเดียวกันยังส่งเครื่องบินรบกว่า 50 ลำโจมตีบังเกอร์ใต้ดินในกรุงเตหะรานที่เชื่อว่าเป็นที่หลบภัยของผู้นำอิหร่าน
ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงประเทศอ่าวเปอร์เซียที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต กาตาร์ บาห์เรน และซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลต้องเปิดใช้งานสกัดกั้นการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
รายงานจากสภาผู้ลี้ภัยนอร์เวย์ระบุว่า ภายในเวลาเพียง 4 วัน มีประชาชนในเลบานอนกว่า 300,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่สู้รบ ขณะที่ผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่ตามท้องถนนหรือในรถยนต์ เนื่องจากที่พักพิงไม่เพียงพอ
กองทัพอิสราเอลอ้างว่า สามารถทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านไปแล้วราว 80% และทำลายแท่นยิงขีปนาวุธมากกว่า 60% ในช่วงสัปดาห์แรกของปฏิบัติการ
ในอีกด้านหนึ่ง สื่อสหรัฐรายงานว่า รัสเซียได้ให้ข้อมูลตำแหน่งเรือรบและเครื่องบินของสหรัฐในตะวันออกกลางแก่อิหร่าน หลังขีดความสามารถของอิหร่านในการติดตามกำลังทหารสหรัฐลดลงจากการโจมตี
ขณะที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทรัมป์และรัฐมนตรีกลาโหม พีต เฮกเซธ เตรียมหารือกับบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศรายใหญ่ เพื่อเร่งการผลิตอาวุธ หลังการปฏิบัติการทางทหารล่าสุดทำให้คลังอาวุธของสหรัฐลดลง
โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า สหรัฐยังมีอาวุธเพียงพอสำหรับปฏิบัติการในอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์
สำหรับความสูญเสียจากสงคราม ข้อมูลจากสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านอย่างน้อย 1,230 คน นับตั้งแต่การโจมตีเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานผู้เสียชีวิต 123 คน และบาดเจ็บ 683 คนจากการโจมตีของอิสราเอล ส่วนในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คนจากการโจมตีของอิหร่าน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐยังเปิดเผยว่า กำลังมีการสอบสวนเหตุโจมตีโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งในอิหร่านซึ่งคร่าชีวิตเด็กจำนวนมากในวันแรกของสงคราม โดยมีความเป็นไปได้ว่ากองกำลังสหรัฐอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว แม้การสอบสวนยังไม่สรุปผลอย่างเป็นทางการก็ตาม.


