ทรัมป์เมินดึงน้ำมันจากคลังสำรอง มั่นใจกำลังผลิตสหรัฐฯ แกร่งพอ
รัฐบาลทรัมป์ยังไม่มีแผนดึงน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมาแทรกแซงตลาด แม้ความขัดแย้งกับอิหร่านจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและเบนซินพุ่งสูงขึ้น
KEY
POINTS
- แม้ราคาพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งกับอิหร่าน แต่ทำเนียบขาวยังไม่มีแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันมีน้ำมันกักเก็บอยู่ราว 415 ล้านบาร์เรล
- รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่ารัฐบาลเตรียมบังคับใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายพลังงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา
- นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากเกิดวิกฤตการณ์ขั้นรุนแรงเต็มรูปแบบ ปริมาณน้ำมันสำรองฉุกเฉินของสหรัฐฯ และชาติสมาชิก IEA อาจมีไม่เพียงพอต่อการรับมือสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ
ตามรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg รัฐบาลทรัมป์ยังไม่มีแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินของประเทศ เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งกับอิหร่านในระยะนี้
การดึงน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ของกระทรวงพลังงานออกมาใช้ อาจช่วยชะลอการพุ่งขึ้นของราคาได้ชั่วคราว ปัจจุบันคลัง SPR มีน้ำมันกักเก็บอยู่ราว 415 ล้านบาร์เรล หรือสูงกว่าครึ่งหนึ่งของความจุสูงสุดที่ 700 ล้านบาร์เรลเพียงเล็กน้อย
แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุในแถลงการณ์ว่า นโยบายของรัฐบาลทรัมป์ผลักดันให้สหรัฐฯ มีกำลังการผลิตน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงได้แหล่งน้ำมันเพิ่มเติมจากตลาดใหม่และข้อตกลงกับเวเนซุเอลา โดยกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด และทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาว่า รัฐบาลจะเริ่มดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าพลังงานในวันอังคารนี้ โดยตนได้หารือกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจน
หากมีการระบายน้ำมันจากคลังสำรอง สหรัฐฯ น่าจะประสานงานร่วมกับประเทศสมาชิกสำนักงานพลังงานสากล (IEA) อย่างไรก็ตาม บริษัทวิจัยพลังงาน ClearView Energy Partners เตือนว่า หากเกิดวิกฤตการณ์รุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซ ปริมาณน้ำมันสำรองฉุกเฉินของสหรัฐฯ และกลุ่ม IEA อาจไม่เพียงพอรองรับสถานการณ์ที่ยืดเยื้อได้
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าจะเดินหน้าเติมน้ำมันกลับเข้าคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังวิกฤตน้ำมันอาหรับยุคทศวรรษ 1970 หลังจากที่รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ดึงน้ำมันออกมาใช้หลายครั้ง โดยเฉพาะการเทขายครั้งประวัติศาสตร์ถึง 180 ล้านบาร์เรลสู่ตลาดโลก เพื่อพยายามสกัดราคาพลังงานหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2022


