รัฐบาลเปิดแผน อพยพคนไทย คาดสงครามตะวันออกกลางลากยาว 4 สัปดาห์
อนุทิน ชาญวีรกูล เรียกประชุมวอร์รูมด่วน ประเมินวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง เตรียมแผนอพยพคนไทยในอิสราเอลและอิหร่าน คาดสถานการณ์สู้รบอาจยืดเยื้อกว่า 4 สัปดาห์
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เรียกประชุมวอร์รูมด่วน ประเมิน สงครามตะวันออกกลาง สั่งเตรียมพร้อม 3 แผน อพยพคนไทย ในอิสราเอลและอิหร่านเต็มขั้น หลังกระทรวงการต่างประเทศคาดสถานการณ์สู้รบอาจยืดเยื้ออย่างน้อย 4 สัปดาห์ ยืนยันแรงงานไทยยังปลอดภัย พร้อมเปิดสายด่วนช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
กต. ประเมิน สถานการณ์ตะวันออกกลาง ล่าสุด ส่อเค้ายืดเยื้อ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ฉุกเฉิน (War Room) เพื่อประเมินความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บริหารกระทรวง รวมถึงเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคเข้าร่วม เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดูแลคนไทย
นางอุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา รายงานที่ประชุมว่า สงครามอิสราเอล อิหร่าน และเครือข่ายพันธมิตร มีแนวโน้มยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 4 สัปดาห์ และอาจทวีความรุนแรงขึ้น หากสหรัฐอเมริกายกระดับความขัดแย้ง
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เข้าไปโจมตีโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงเป้าหมายพลเรือนในกรุงเตหะรานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจของอิหร่านโดยคณะผู้นำรักษาการชั่วคราว (Interim Council)
ในขณะเดียวกัน อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนกลางและตอนเหนือของอิสราเอล รวมถึงขยายวงการโจมตีข้ามไปยังพื้นที่เลบานอนแล้ว
รัฐบาลกางแผน อพยพคนไทย ย้ำความปลอดภัยสูงสุด
นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง พร้อมเน้นย้ำว่า แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบรุนแรง แต่รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือและแผน อพยพคนไทย ไว้อย่างรัดกุม 4 ด้าน ดังนี้
1. ตั้งศูนย์ประสานงานฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
กระทรวงการต่างประเทศจัดตั้งศูนย์ Rapid Response Center (RRC) เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต กองทัพอากาศ และกระทรวงแรงงาน
2. แผนอพยพคนไทย 3 ขั้นตอน
รัฐบาลได้วางเส้นทางการอพยพทั้งทางบกและทางอากาศ โดยประเมินข้อจำกัดเรื่องการปิดน่านฟ้าอย่างรอบคอบ แบ่งเป็น 3 ระดับ
- ขั้นที่ 1 (พำนักในพื้นที่ปลอดภัย): แนะนำให้คนไทยเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เสี่ยง ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในประเทศนั้น ๆ
- ขั้นที่ 2 (เคลื่อนย้ายสู่ประเทศเพื่อนบ้าน): หากสถานการณ์บานปลาย จะอพยพคนไทยทางบกออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น จากอิหร่านไปตุรกี หรือจากอิสราเอลไปประเทศใกล้เคียง) เพื่อรอขึ้นเครื่องบินพาณิชย์
- ขั้นที่ 3 (ใช้อากาศยานกองทัพ): หากมีความจำเป็นฉุกเฉินและน่านฟ้ามีความปลอดภัย กองทัพอากาศเตรียมพร้อมส่งเครื่องบินไปรับคนไทยกลับทันที
3. มาตรการดูแลแรงงานไทย
ทางการได้เร่งประสานกับทางการอิสราเอลและนายจ้าง เพื่ออพยพแรงงานไทยออกจากพื้นที่สีแดง (เช่น พื้นที่ติดชายแดนเลบานอน) ไปยังพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือ ชะลอการส่งแรงงานไทยชุดใหม่ ที่จะไปทำงานในตะวันออกกลางออกไปก่อนชั่วคราว
4. ช่องทางติดต่อและ เบอร์ฉุกเฉิน กรมการกงสุล
รัฐบาลออกประกาศเตือนให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน พิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที ส่วนผู้ที่มีกำหนดการเดินทางขอให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่
- Call Center กรมการกงสุลโทร. 02-572-8442 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง)
- Hotline สถานทูต: สามารถติดต่อผ่านหมายเลขฉุกเฉินและโซเชียลมีเดียของสถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ และกรุงเตหะราน เพื่อลงทะเบียนรับความช่วยเหลือได้ทันที
ท้ายที่สุด รัฐบาลยืนยันว่ามีความพร้อมอย่างเต็มพิกัดในการดำเนินการตามแผน อพยพคนไทย ท่ามกลางวิกฤต สงครามตะวันออกกลาง หากสถานการณ์พลิกผัน เพื่อนำคนไทยทุกคนกลับสู่มาตุภูมิอย่างปลอดภัย


