posttoday

ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินเอเชีย–ยุโรปพุ่ง หลังปิดสนามบินฮับตะวันออกกลาง

03 มีนาคม 2569

สงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านกระทบธุรกิจการบินและผู้โดยสารอย่างหนัก หลังมีการปิดสนามบินหลักในอ่าวอาหรับหลายวัน ดันราคาตั๋วเอเชีย–ยุโรปพุ่ง เพราะต้องปรับเส้นทางขณะต้นทุนน้ำมันแนวโน้มราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง

ราคาบัตรโดยสารเครื่องบินเส้นทางเอเชีย–ยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังสนามบินศูนย์กลางการบินสำคัญในตะวันออกกลางต้องปิดให้บริการจากผลกระทบสงครามระหว่าง United States และ Israel กับ Iran ส่งผลให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารลดลงอย่างมาก และตั๋วในหลายเส้นทางยอดนิยมถูกจองเต็มล่วงหน้าหลายวัน

 

ศูนย์กลางการบินในอ่าวอาหรับหลายแห่งยังคงปิดทำการเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน รวมถึงสนามบินนานาชาติในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลก และปกติรองรับเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวต่อวัน การปิดดังกล่าวกระทบเส้นทางยอดนิยมอย่างออสเตรเลีย–ยุโรป ซึ่งสายการบินตะวันออกกลาง เช่น Emirates และ Qatar Airways ครองส่วนแบ่งตลาดสูง

 

บริษัทท่องเที่ยวของออสเตรเลีย Flight Centre Travel Group เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วิกฤตเริ่มต้น บริษัทได้รับสายโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 75% ทั้งจากหน้าร้านและสายด่วนฉุกเฉิน โดยมีทีมงานทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

 

ผู้โดยสารจำนวนมากเริ่มปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินทางใหม่ โดยเลือกบินไปยุโรปผ่านจีน สิงคโปร์ และศูนย์กลางในเอเชียอื่น ๆ รวมถึงเส้นทางผ่านทวีปอเมริกาเหนือ เช่น ฮิวสตัน เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลางที่ปิดทำการ

ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินเอเชีย–ยุโรปพุ่ง หลังปิดสนามบินฮับตะวันออกกลาง

 

สายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงเอเชีย–ยุโรปสามารถเลี่ยงน่านฟ้าที่ปิดได้ โดยปรับเส้นทางบินอ้อมขึ้นเหนือผ่านภูมิภาคคอเคซัสและอัฟกานิสถาน หรืออ้อมลงใต้ผ่านอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าวทำให้ระยะเวลาบินยาวนานขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น และเพิ่มต้นทุน ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกกำลังพุ่งสูง ซึ่งอาจผลักดันราคาตั๋วให้ปรับขึ้นในระยะยาว

 

สมาคมสายการบินเอเชียแปซิฟิกเตือนว่า หากต้นทุนการให้บริการเส้นทางยุโรปยังอยู่ในระดับสูง อาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของสายการบิน และท้ายที่สุดจะส่งผลต่อการเชื่อมต่อทางการบินระหว่างภูมิภาค

 

ด้าน Alton Aviation Consultancy ประเมินว่า สายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงหรือใช้ศูนย์กลางนอกพื้นที่ความขัดแย้ง เช่น Cathay Pacific Airways, Singapore Airlines และ Turkish Airlines อาจได้รับอานิสงส์ระยะสั้นจากการที่ผู้โดยสารเปลี่ยนมาใช้บริการแทนสายการบินตะวันออกกลาง

 

การตรวจสอบเว็บไซต์สายการบินหลายแห่งพบว่า ที่นั่งชั้นประหยัดในเส้นทางเอเชีย–ลอนดอน แทบไม่มีเหลือในช่วงใกล้วันเดินทาง และราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของ Cathay Pacific Airways แสดงว่าเส้นทางฮ่องกง–ลอนดอนไม่มีที่นั่งชั้นประหยัดจนถึงวันที่ 11 มีนาคม โดยตั๋วเที่ยวเดียวในวันดังกล่าวมีราคาสูงกว่า 21,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ก่อนจะลดลงสู่ระดับปกติในช่วงปลายเดือน

ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินเอเชีย–ยุโรปพุ่ง หลังปิดสนามบินฮับตะวันออกกลาง

 

ขณะที่ Qantas Airways ไม่มีตั๋วชั้นประหยัดในเส้นทางซิดนีย์–ลอนดอนผ่านเพิร์ทหรือสิงคโปร์จนถึงวันที่ 17 มีนาคม โดยราคาตั๋วเที่ยวเดียวในวันดังกล่าวสูงกว่า 3,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ส่วนเที่ยวบินก่อนหน้านั้นมีเพียงตัวเลือกที่ต้องแวะพักในเมืองนอกเส้นทางปกติ เช่น ลอสแอนเจลิส หรือโจฮันเนสเบิร์ก

 

ในประเทศไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า Thai Airways มีเที่ยวบินไปยุโรปเต็มเกือบทั้งหมด เนื่องจากนักท่องเที่ยวยุโรปเลือกบินตรง แทนการต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลาง การตรวจสอบเส้นทางกรุงเทพฯ–ลอนดอนพบว่า ตั๋วถูกจองเต็มจนถึงช่วงปลายสัปดาห์หน้า และราคาชั้นประหยัดในบางวันสูงกว่า 70,000 บาท ก่อนจะทยอยปรับลดลงในวันถัดไป

 

ด้าน EVA Airways ระบุว่า ยอดจองเที่ยวบินไปยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากความต้องการเส้นทางทางเลือกของผู้โดยสารเอเชียและยุโรป ขณะที่สายการบินจีนแผ่นดินใหญ่ก็ปรับราคาตั๋วเส้นทางจีน–สหราชอาณาจักรสูงขึ้นกว่าปกติหลายเท่า โดยที่นั่งชั้นประหยัดในช่วงใกล้วันเดินทางแทบไม่เหลือ

 

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผลกระทบโดยตรงของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมการบินโลก และอาจยืดเยื้อ หากสนามบินหลักในตะวันออกกลางยังไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ.

ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินเอเชีย–ยุโรปพุ่ง หลังปิดสนามบินฮับตะวันออกกลาง

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด ลีดส์ พบ ซันเดอร์แลนด์ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 3 มี.ค.69