สหรัฐโจมตีอิหร่านก่อวิกฤตฮอร์มุซ: เรือพลังงานหยุดขนส่ง
บริษัทน้ำมันและขนส่งรายใหญ่ระงับผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านประกาศปิดการเดินเรือ เสี่ยงกระทบ 20% น้ำมันโลกและก๊าซกาตาร์
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้เตหะรานประกาศปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) แหล่งข่าวในแวดวงการค้าระบุว่า บริษัทน้ำมันรายใหญ่ เจ้าของเรือบรรทุก และบริษัทเทรดดิ้งหลายแห่ง ได้สั่ง “ระงับ” การขนส่งน้ำมันดิบ เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้ว
ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทรดดิ้งรายหนึ่งเปิดเผยว่า “เรือของเราจะจอดรออยู่หลายวัน” ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมจากระบบติดตามเรือแสดงให้เห็นเรือบรรทุกจำนวนมากจอดสะสมบริเวณท่าเรือหลัก เช่น ฟูไจราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไม่เคลื่อนผ่านช่องแคบ
คำเตือนด้านความมั่นคงและข้อพิพาททางกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จากภารกิจทางเรือของสหภาพยุโรป (Aspides) เปิดเผยว่า เรือหลายลำในพื้นที่ได้รับสัญญาณวิทยุ VHF จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน แจ้งว่า “ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือสหราชอาณาจักรระบุว่าคำสั่งของอิหร่านไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่แนะนำให้เรือใช้ความระมัดระวังสูงสุด ขณะที่สมาคมเรือบรรทุกน้ำมัน INTERTANKO เปิดเผยว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้แจ้งเตือนว่าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน ทะเลอาหรับตอนเหนือ และช่องแคบฮอร์มุซได้
แม้การจราจรทางเรือยังไม่หยุดชะงักโดยสิ้นเชิง แต่บริษัทนายหน้าเรือ Poten & Partners ระบุว่าความปั่นป่วนกำลังก่อตัวอย่างรวดเร็ว
เส้นเลือดใหญ่พลังงานโลกสั่นคลอน
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญ คิดเป็นราว 20% ของปริมาณน้ำมันโลก รวมถึงน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คูเวต และอิหร่าน อีกทั้งยังเป็นเส้นทางหลักของ LNG จากกาตาร์
บริษัทที่ปรึกษา Kpler ระบุว่า มีเรือบรรทุก LNG อย่างน้อย 14 ลำ แสดงพฤติกรรมชะลอความเร็ว กลับลำ หรือหยุดเดินเรือในหรือรอบช่องแคบ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกก๊าซของกาตาร์โดยตรง
สายเดินเรือระดับโลกปรับแผนฉุกเฉิน
กลุ่มขนส่งตู้คอนเทนเนอร์รายใหญ่ของเยอรมนี Hapag-Lloyd ประกาศระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมดจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม โดยระบุว่าเที่ยวเรือที่เข้าเทียบท่าในอ่าวอาจล่าช้า เปลี่ยนเส้นทาง หรือปรับตารางเวลา
ด้าน Maersk ของเดนมาร์ก เปิดเผยว่ากำลังประสานงานกับพันธมิตรด้านความปลอดภัยสำหรับปฏิบัติการในทะเลแดงและอ่าวเอเดน ขณะที่ยังคงรับขนส่งสินค้าในตะวันออกกลางตามปกติ ส่วน CMA CGM ของฝรั่งเศส แจ้งให้เรือที่อยู่ในหรือกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่อ่าว เปลี่ยนเส้นทางไปยังจุดหลบภัยทันที
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกอาจผันผวนรุนแรง และซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


