ดีลชิปส่งจีนส่อสะดุด Nvidia เจรจาเงื่อนไขรัฐบาลทรัมป์ไม่ลงตัว
สหรัฐฯ พร้อมขาย จีนพร้อมซื้อ แต่ Nvidia ยังไม่พร้อมเซ็น! ดีลขายชิป H200 ให้ ByteDance ส่อสะดุด แม้รัฐบาลทรัมป์ไฟเขียว Nvidia ติงติดขัดเงื่อนไขความมั่นคง
KEY
POINTS
- รัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมอนุมัติใบอนุญาตให้ ByteDance มากว่า 2 สัปดาห์แล้ว แต่ Nvidia ยังไม่ยอมรับเงื่อนไข โดยเฉพาะมาตรการป้องกันไม่ให้ชิปตกไปถึงมือกองทัพจีน
- Nvidia ระบุว่าเงื่อนไขต้อง "ทำได้จริงในเชิงพาณิชย์" ไม่เช่นนั้นลูกค้าจะหนีไปซื้อชิปจากประเทศอื่นแทน และบริษัทเองก็ไม่มีอำนาจต่อรองเงื่อนไขรัฐ
- ดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายทรัมป์ที่ต้องการหักเงิน 25% จากการขายชิป โดยมีการวางกฎเข้มงวด ทั้งการตรวจสอบผู้ใช้ระยะไกลและการส่งชิปเข้าแล็บทดสอบก่อนส่งออก
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า แม้คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะแสดงท่าทีชัดเจนว่ายินยอมให้ ByteDance ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากจีน เข้าซื้อชิป AI รุ่น H200 ของ Nvidia ได้
แต่จนถึงขณะนี้ ข้อตกลงดังกล่าวกลับยังไม่สามารถปิดดีลได้ เนื่องจาก Nvidia ยังไม่ตกลงรับเงื่อนไขการใช้งานที่ทางการสหรัฐฯ กำหนดไว้
แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า ทางการสหรัฐฯ แจ้งความพร้อมที่จะอนุมัติใบอนุญาตมาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนแล้ว ทว่า Nvidia ยังไม่ยอมรับข้อกำหนดในร่างปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่อง “กระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของลูกค้า” (Know-Your-Customer หรือ KYC)
ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ วางไว้อย่างเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นไม่ให้กองทัพจีนเข้าถึงเทคโนโลยีชิปดังกล่าว
สะท้อนว่า Nvidia กำลังเจรจาต่อรองอย่างหนักกับทางการสหรัฐฯ เรื่องเงื่อนไขการส่งออกชิป H200 ไปยังลูกค้าในจีน ซึ่งไม่ได้มีแค่ ByteDance เพียงรายเดียว
ตัวแทนของ Nvidia ออกมาชี้แจงจุดยืนว่า บริษัทเป็นเพียงคนกลางระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และลูกค้า ซึ่งต้องทำตามกฎระเบียบอยู่แล้ว
"เราไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะรับหรือไม่รับเงื่อนไขได้เองตามใจชอบ" โฆษกบริษัทกล่าว
"จริงอยู่ที่ระบบ KYC สำคัญ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวระบบ ปัญหาคือเงื่อนไขพวกนี้ต้องมีความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจจริงๆ หากเข้มงวดจนไม่สามารถทำได้จริงในเชิงปฏิบัติ ตลาดก็จะเบนทิศทางไปหาทางเลือกอื่นแทน"
ด้าน ByteDance เจ้าของแพลตฟอร์ม TikTok และผู้เล่นรายใหญ่ในวงการ AI จีน ยังไม่ออกมาให้ความเห็น เช่นเดียวกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ที่ยังสงวนท่าทีในเรื่องนี้
สมรภูมิสงครามเทคโนโลยี จีน-สหรัฐฯ
ทั้ง Nvidia และลูกค้าชาวจีนต่างตกอยู่ในวงล้อมของสงครามเทคโนโลยีระหว่างสองชาติมหาอำนาจ โดยก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้อนุมัติเบื้องต้นให้ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ByteDance, Tencent และ Alibaba รวมถึงสตาร์ทอัพอย่าง Deepseek นำเข้าชิปได้แล้ว แม้ระเบียบฝั่งจีนเองจะยังไม่สะเด็ดน้ำดีนัก
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากสหรัฐฯ ครั้งนี้ เป็นจุดชี้วัดว่า จีนจะได้รับชิปตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยรับปากไว้เมื่อต้นเดือนธันวาคมหรือไม่ โดยข้อตกลงนี้มีเดิมพันใหญ่คือ รัฐบาลสหรัฐฯ จะหักส่วนแบ่ง 25% จากยอดขายเข้าคลัง ซึ่งกติกานี้บังคับใช้กับคู่แข่งอย่าง AMD และ Intel ด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าการตัดสินใจของทรัมป์ถูกกลุ่ม "สายเหยี่ยว" (China Hawks) วิจารณ์อย่างหยัก โดยมองว่าเป็นการเอาความมั่นคงของชาติไปเสี่ยง และกลัวว่าจีนจะเอาชิปไปเสริมเขี้ยวเล็บให้กองทัพ
เปิดรายละเอียด "กฎเหล็ก" ส่งออกชิป
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2026 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ออกระเบียบผ่อนปรนการออกใบอนุญาต แต่พ่วงมาด้วยเงื่อนไข เช่น ผู้ยื่นขอต้องมีข้อมูลยืนยันว่าลูกค้าปลายทางใช้ระบบ KYC ที่ "เข้มงวด" เพื่อคัดกรองและป้องกันการเข้าถึงจากระยะไกลโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ ยังต้องส่งรายชื่อผู้ใช้งานระยะไกลที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่าง อิหร่าน, คิวบา หรือเวเนซุเอลา ให้ทางการดูด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่ชิปจะถูกส่งไปยังจีน จะต้องผ่านการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการบุคคลที่สามในสหรัฐฯ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามสเปกที่กำหนด ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าขั้นตอนนี้เป็นกลไกที่สหรัฐฯ ใช้เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมส่วนแบ่ง 25% นั่นเอง
อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์รายหนึ่งอธิบายกระบวนการว่า ปกติกระทรวงพาณิชย์จะส่งเรื่องเวียนไปขอความเห็นชอบจากหน่วยงานอื่นอย่างกระทรวงต่างประเทศ, กลาโหม และพลังงานก่อน
เมื่อทุกฝ่ายตกลงเงื่อนไขแล้ว จึงจะส่งไปถามเอกชน (ในเคสนี้คือ Nvidia) ว่า "รับเงื่อนไขไหวได้หรือไม่" ซึ่งเอกชนสามารถเสนอปรับแก้กลับมาได้
แหล่งข่าวทิ้งท้ายว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ชิปบางส่วนจะสามารถส่งออกไปยังจีนได้ทัน ก่อนกำหนดการพบปะครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้


