posttoday

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงแรง เลือกประธานเฟดเขย่าตลาดโลก

02 กุมภาพันธ์ 2569

ราคาทอง เงิน น้ำมัน และโลหะอุตสาหกรรมดิ่งแรง หลังตลาดกังวลท่าทีเข้มงวดของเฟดจากการเลือกประธานคนใหม่ กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีแรงกดดันหลักจากการร่วงลงหนักของราคาทองคำ เงิน น้ำมัน และโลหะอุตสาหกรรม ภายหลังการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เลือกนายเควิน วอร์ช อดีตกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ส่งผลให้นักลงทุนเร่งขายสินทรัพย์เสี่ยง และกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

 

ราคาทองคำปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 5 แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่ราคาเงินร่วงลงมากกว่าร้อยละ 7 หลังจากที่ทั้งสองโลหะมีค่าพึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเกือบร้อยละ 5 จากระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ส่วนราคาทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ลดลงราวร้อยละ 3

 

นายวิเวก ธาร์ นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จากธนาคารคอมมอนเวลธ์ ออสเตรเลีย (CBA) ระบุว่า การที่นักลงทุนเทขายโลหะมีค่าควบคู่ไปกับตลาดหุ้นสหรัฐ สะท้อนว่าตลาดมองนายวอร์ชเป็นผู้มีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด (Hawkish) ซึ่งหมายถึงอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า และเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำและเงิน

 

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวม ทั้งโลหะมีค่า น้ำมัน และโลหะพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม นายธาร์ยังคงคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจปรับขึ้นไปแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

 

แรงขายในตลาดโลหะมีค่าเร่งตัวขึ้น หลังกลุ่ม CME ปรับเพิ่มอัตราหลักประกัน (Margin) สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโลหะ ซึ่งมีผลตั้งแต่ปิดตลาดวันจันทร์ โดยการเพิ่มหลักประกันมักส่งผลลบต่อการเก็งกำไร ลดสภาพคล่อง และกระตุ้นให้นักลงทุนปิดสถานะการลงทุน ส่งผลให้ราคาปรับลดลงอย่างรวดเร็ว

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงแรง เลือกประธานเฟดเขย่าตลาดโลก

 

ทั้งนี้ ราคาทองคำได้เริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่วันศุกร์ โดยร่วงลงมากกว่า 9% ซึ่งเป็นการปรับลดรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 ขณะที่ราคาเงินดิ่งลงถึง 27% ซึ่งถือเป็นการลดลงรายวันที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์

 

ด้านตลาดพลังงานยังเผชิญแรงกดดันจากสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า อิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับวอชิงตันอย่างจริงจัง ประกอบกับรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านไม่มีแผนซ้อมยิงจริงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในภูมิภาค

 

ขณะเดียวกัน ตลาดทองแดงและแร่เหล็กยังเผชิญแรงกดดันจากระดับสินค้าคงคลังที่สูง และอุปสงค์ที่ซบเซา ก่อนช่วงวันหยุดตรุษจีนในประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคโลหะอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยนักวิเคราะห์คาดว่ากิจกรรมการซื้อขายและความต้องการจากผู้ใช้ปลายทางจะชะลอตัวลงจนกว่าจะพ้นช่วงวันหยุด

 

สินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยยางพาราในตลาดโตเกียวลดลงเกือบร้อยละ 3 ขณะที่ข้าวสาลีและถั่วเหลืองในตลาดชิคาโกลดลงราวร้อยละ 1

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก CBA มองว่าการปรับลดลงครั้งนี้เป็นเพียงการปรับฐานของตลาด มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการเข้าสู่ขาลงเชิงโครงสร้าง พร้อมระบุว่า ยังอาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสำหรับนักลงทุนในระยะถัดไป

ข่าวล่าสุด

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงแรง เลือกประธานเฟดเขย่าตลาดโลก