posttoday

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วง นักลงทุนกังวลงบ AI บิ๊กเทคไม่คุ้มค่า

30 มกราคม 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ นำโดย Nasdaq หลังงบผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีต่ำคาด นักลงทุนหวั่นการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์มูลค่าสูงอาจไม่สร้างผลตอบแทนตามหวัง

ดัชนีหุ้นหลักของวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี Nasdaq ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูงปรับตัวลงมากที่สุด หลังนักลงทุนรู้สึกไม่มั่นใจจากรายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทจดทะเบียน และเกิดความกังวลว่าการใช้จ่ายจำนวนมากด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอาจไม่ให้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง

 

หุ้นไมโครซอฟท์ร่วงลงถึง 12% หลังจากรายได้จากธุรกิจคลาวด์ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับตลาดได้ ส่งผลให้เกิดความวิตกว่าการลงทุนขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังความร่วมมือกับ OpenAI อาจยังไม่สร้างผลตอบแทนได้รวดเร็วเพียงพอ โดยหุ้นไมโครซอฟท์นับเป็นแรงกดดันหลักต่อดัชนี S&P 500 ในวันดังกล่าว

 

ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์รายอื่นก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดย SAP ส่งสัญญาณระมัดระวังต่อแนวโน้มธุรกิจคลาวด์ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทในตลาดสหรัฐร่วงลงมากกว่า 15% ส่วนหุ้น ServiceNow ลดลงมากกว่า 11% หลังรายงานผลประกอบการซึ่งซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุนที่ซบเซา

 

นักลงทุนพยายามลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นและหันมาเน้นความปลอดภัยมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนในหลายด้าน ทั้งประเด็นว่าใครจะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนถัดไป รวมถึงจำนวนครั้งของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ตามความเห็นของนายปราวีน (Praveen) ซึ่งยังระบุถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองจากท่าทีของรัฐบาลวอชิงตันต่ออิหร่านและกรีนแลนด์ รวมถึงความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐอาจเผชิญภาวะปิดหน่วยงาน (government shutdown)

 

ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 52.98 จุด หรือ 0.11% ปิดที่ 48,962.62 จุด 

 

ดัชนี S&P 500 ลดลง 36.55 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 6,941.48 จุด 

 

และดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 297.39 จุด หรือ 1.25% ปิดที่ 23,560.06 จุด

 

 

ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เพิ่มขึ้น 3.39% อยู่ที่ 65.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์เพิ่มขึ้น 3.42% อยู่ที่ 70.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% จากความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

 

 

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวยังช่วยหนุนแรงซื้อทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,594.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนับเป็นการทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำเริ่มอ่อนตัวลงในเวลาต่อมา หลังนักลงทุนขายทำกำไรจากการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาทองสปอตล่าสุดลดลง 1.59% มาอยู่ที่ 5,313.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นรายเดือนสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1980

 

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 69