ทรัมป์เตือนอิหร่านเร่งเจรจานิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะถูกโจมตีรุนแรงกว่าเดิม
ประธานาธิบดีสหรัฐกดดันอิหร่านให้ทำข้อตกลงนิวเคลียร์โดยเร็ว ขู่โจมตีครั้งต่อไปจะรุนแรงกว่าเดิม ขณะเตหะรานประกาศพร้อมตอบโต้สหรัฐ อิสราเอล และพันธมิตร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ออกคำเตือนอย่างแข็งกร้าวต่ออิหร่านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรียกร้องให้เตหะรานกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาและทำข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ โดยระบุว่าหากไม่ดำเนินการ สหรัฐจะใช้มาตรการทางทหารที่รุนแรงยิ่งกว่าที่เคยเกิดขึ้น
ทรัมป์โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า เขาหวังให้อิหร่าน “รีบเข้ามาเจรจา” เพื่อบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมย้ำว่าเวลาของอิหร่านกำลังจะหมดลง และสถานการณ์มีความเร่งด่วนอย่างยิ่ง
ท่ามกลางการเสริมกำลังกองทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง ทรัมป์ซึ่งเคยถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก ระบุว่า คำเตือนครั้งก่อนของเขานำไปสู่การโจมตีทางทหารในเดือนมิถุนายน และย้ำว่าหากมีการโจมตีอีกครั้ง “จะรุนแรงกว่านี้มาก” พร้อมเปิดเผยว่าสหรัฐกำลังส่งกองเรือรบมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน
ทรัมป์ยังระบุว่า กองเรือรบสหรัฐซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น กำลังเคลื่อนเข้าใกล้อิหร่าน โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐยืนยันว่าเรือดังกล่าวได้เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น หลังรัฐบาลอิหร่านใช้ความรุนแรงปราบปรามการประท้วงภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปเตรียมพิจารณาบรรจุกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านในบัญชีองค์กรก่อการร้าย และเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้การละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการปราบปรามผู้ชุมนุม
ด้านอิหร่านตอบโต้ทันควัน อาลี ชัมคานี ที่ปรึกษาของผู้นำสูงสุด อะยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ระบุว่า การดำเนินการทางทหารใด ๆ จากสหรัฐจะนำไปสู่การที่อิหร่านโจมตีสหรัฐ อิสราเอล และประเทศที่ให้การสนับสนุน
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี กล่าวว่า กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านอยู่ในภาวะพร้อมรบเต็มที่ สามารถตอบโต้การรุกรานใด ๆ ได้ทันทีและอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าอิหร่านยังเปิดกว้างต่อการทำข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เป็นธรรม บนพื้นฐานความเท่าเทียม ปราศจากการข่มขู่ และรับประกันสิทธิในการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ รวมถึงการไม่มีอาวุธนิวเคลียร์


