ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุกอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง รับสินบนกระเป๋าหรู
ศาลเกาหลีใต้พิพากษาจำคุก “คิม กอน ฮี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง 1 ปี 8 เดือน คดีรับสินบนกระเป๋าแบรนด์เนมและจี้เพชร จากโบสถ์รวมใจ แลกผลประโยชน์ทางการเมือง พร้อมสั่งปรับและยึดทรัพย์
ศาลแขวงกลางกรุงโซลของเกาหลีใต้มีคำพิพากษา ให้ลงโทษจำคุกนางคิม กอน ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน หลังศาลเห็นว่ามีความผิดฐานรับสินบน โดยรับกระเป๋าแบรนด์ชาแนลและจี้เพชรจากเจ้าหน้าที่ของโบสถ์รวมใจ (Unification Church) เพื่อแลกกับความช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องนางคิม ซึ่งเป็นภริยาของอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ในข้อกล่าวหาปั่นหุ้นและฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยเงินทุนทางการเมือง โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า อัยการเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อคำวินิจฉัยในสองข้อหาที่ศาลยกฟ้องดังกล่าว
คำพิพากษานี้มีขึ้นท่ามกลางกระบวนการพิจารณาคดีจำนวนมากที่ตามมาหลังการสอบสวนกรณีอดีตประธานาธิบดียุนประกาศใช้กฎอัยการศึกเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ในปี 2567 รวมถึงคดีอื้อฉาวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้นำและครอบครัว ซึ่งเคยทรงอิทธิพลทางการเมือง
ประธานองค์คณะผู้พิพากษาซึ่งมีผู้พิพากษา 3 คน ระบุในคำพิพากษาว่า แม้ตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งจะไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการของรัฐโดยตรง แต่ถือเป็นบุคคลเชิงสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของประเทศ และต้องไม่เป็นแบบอย่างที่ไม่เหมาะสมต่อสังคม
ศาลยังมีคำสั่งให้นางคิมชำระค่าปรับจำนวน 12.8 ล้านวอน (ประมาณ 8,990 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 278,500 บาท) พร้อมสั่งยึดจี้เพชรของกลางในคดี โดยนางคิมถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ระหว่างการสอบสวนของคณะทำงานอัยการพิเศษ
ก่อนหน้านี้ อัยการได้ร้องขอให้ศาลลงโทษจำคุกนางคิมเป็นเวลา 15 ปี พร้อมปรับเป็นเงิน 2.9 พันล้านวอน จากทุกข้อกล่าวหาที่เผชิญ ขณะที่นางคิมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยทนายความระบุว่าจะพิจารณาคำพิพากษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์ในคดีสินบนหรือไม่
ระหว่างการอ่านคำพิพากษา นางคิมสวมชุดสีเข้มและหน้ากากอนามัย ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี และนั่งฟังคำตัดสินอย่างสงบ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดียุนและนางคิม ซึ่งรวมตัวกันท่ามกลางอากาศหนาวจัดบริเวณหน้าอาคารศาล ได้แสดงความยินดีหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในสองข้อหา
ด้านโบสถ์รวมใจออกแถลงการณ์ระบุว่า ของขวัญที่มอบให้นางคิมไม่ได้มีความคาดหวังผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ขณะที่นางฮัน ฮัก จา ผู้นำโบสถ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีเช่นกัน ปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งการให้มีการติดสินบนอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
นางคิมตกเป็นเป้าการตรวจสอบจากสาธารณชนอย่างหนักตั้งแต่ก่อนสามีจะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในปี 2565 จากข้อกังขาเกี่ยวกับประวัติการศึกษาและข้อสงสัยเรื่องการปั่นราคาหุ้น รวมถึงความเชื่อมโยงกับนายหน้าทางการเมืองและบุคคลที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นหมอผี ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของอดีตผู้นำประเทศ
ขณะเดียวกัน อดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา กำลังเผชิญคดีความอย่างน้อย 8 คดี รวมถึงข้อหากบฏ จากความพยายามประกาศกฎอัยการศึกในเดือนธันวาคม 2567 โดยเขาได้ยื่นอุทธรณ์โทษจำคุก 5 ปี ที่ศาลตัดสินเมื่อเร็ว ๆ นี้ในคดีขัดขวางการจับกุม
นอกจากนี้ ในอีกคดีหนึ่ง อัยการยังร้องขอให้ศาลลงโทษประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดียุน ในข้อหาวางแผนก่อกบฏ ซึ่งศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ โดยนายยุนยืนยันว่าการประกาศกฎอัยการศึกเป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และมีเป้าหมายเพื่อเตือนถึงการขัดขวางการทำงานของรัฐบาลจากพรรคฝ่ายค้าน


