ทรัมป์ถอยภาษี ยืนยันไม่ใช้กำลัง อ้างบรรลุกรอบเจรจากรีนแลนด์
ผู้นำสหรัฐลดท่าทีแข็งกร้าว เผยเจรจาคืบ วางกรอบการเจรจาเรื่องกรีนแลนด์แล้ว ลดแรงตึงเครียดกับยุโรปและนาโต หลังกดดันจะเพิ่มภาษีการค้า
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงท่าทีผ่อนคลายลงอย่างกะทันหันต่อกรณีพิพาทเรื่องกรีนแลนด์ โดยยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังทางทหาร และจะไม่เดินหน้ามาตรการขึ้นภาษีนำเข้า หลังระบุว่าได้จัดทำ “กรอบข้อตกลงในอนาคต” เกี่ยวกับกรีนแลนด์และภูมิภาคอาร์กติกแล้ว ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังถ้อยแถลงและแรงกดดันต่อพันธมิตรยุโรปในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถูกมองว่าเสี่ยงสร้างรอยร้าวรุนแรงที่สุดในความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในรอบหลายทศวรรษ
ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า จากความเข้าใจร่วมกันดังกล่าว เขาจะไม่บังคับใช้มาตรการภาษีที่เดิมกำหนดให้มีผลในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พร้อมระบุว่า การเจรจายังคงดำเนินต่อไป และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อมีความคืบหน้า
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม World Economic Forum ประจำปี ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ใช้กำลังเพื่อยึดครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์ก พร้อมยอมรับว่าตลาดการเงินแสดงความกังวลต่อท่าทีแข็งกร้าวก่อนหน้านี้ของเขา
ทรัมป์ระบุว่า ได้มอบหมายให้นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษ เข้าร่วมกระบวนการหารือ พร้อมย้ำว่า “ผมไม่ต้องใช้กำลัง และผมจะไม่ใช้กำลัง”
การประกาศถอยจากมาตรการภาษีส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐตอบรับในเชิงบวก โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.5% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดเผชิญแรงเทขายรุนแรงที่สุดในรอบสามเดือน
อย่างไรก็ดี ท่าทีของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ยังสร้างความไม่สบายใจให้แก่ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เนื่องจากเดนมาร์กเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐ ขณะที่ทรัมป์ยังคงยืนยันความต้องการ “ได้มาซึ่งกรีนแลนด์ ทั้งในแง่สิทธิ กรรมสิทธิ์ และความเป็นเจ้าของ” แม้จะย้ำว่าไม่ใช้กำลังก็ตาม
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 10% และเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน ต่อเดนมาร์กและพันธมิตรอีกหลายประเทศ หากไม่ยอมเจรจาโอนดินแดนดังกล่าว ซึ่งผู้นำยุโรปแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่อาจยอมรับได้ ทั้งนี้ มาตรการภาษีดังกล่าวถูกมองว่าอาจซ้ำเติมค่าครองชีพและชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐเอง
ในการกล่าวสุนทรพจน์ ที่การประชุม World Economic Forum ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์ยุโรปและเรียกร้องให้นาโตไม่ขัดขวางสิ่งที่เขาเรียกว่า “การขยายบทบาทของสหรัฐ” พร้อมเตือนว่า หากพันธมิตรปฏิเสธคำขอ สหรัฐจะ “จดจำไว้” แม้จะย้ำว่าต้องการเห็นพันธมิตรเข้มแข็ง ไม่ใช่อ่อนแอลง
ถ้อยแถลงและท่าทีที่เปลี่ยนไปของทรัมป์สะท้อนรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงดำรงตำแหน่ง ซึ่งมักเริ่มจากการข่มขู่รุนแรง ก่อนจะปรับลดระดับหรือถอนมาตรการในเวลาต่อมา ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดการเงินและพันธมิตรระหว่างประเทศ


