posttoday
ปัญหางูกินหาง เมื่อ AI กำลังวกกลับมาทำลายตัวเอง?

ปัญหางูกินหาง เมื่อ AI กำลังวกกลับมาทำลายตัวเอง?

10 สิงหาคม 2566

ที่ผ่านมาเราต่างได้ยินว่า AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด พร้อมเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานและอาจกลืนสังคมมนุษย์เข้าสักวัน แต่ล่าสุดเริ่มมีข้อโต้แย้งว่าอาจไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป เมื่อภัยร้ายที่สุดของ AI อาจมาจากตัว AI เอง

การเข้ามาของ Chatbot อย่าง ChatGPT ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ทางเทคโนโลยี โลกได้รับรู้ถึงขีดความสามารถอันน่าทึ่งของ AI หรือปัญญาประดิษฐ์จาก Large Language Models(LLM) จนสามารถตอบคำถาม พูดคุย ไปจนรังสรรค์ผลงานอย่างเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับคนจริง จนหลายคนต่างมองว่านี่คือประตูบานใหม่ของมนุษยชาติ

 

          ความสำเร็จของ ChatGPT นำไปสู่ความพยายามคิดค้นพัฒนา AI จากโมเดลภาษา LLM อย่างแพร่หลาย หลังความสำเร็จของ OpenAI ภายใต้ Microsoft ทำให้บริษัทเทคโนโลยีหลายเจ้าต่างมุ่งหน้าพัฒนา Chatbot ไม่แพ้กัน ตั้งแต่ Google, Baidu ไปจน Meta ทั้งหมดล้วนพุ่งเป้าสู่ความเป็นหนึ่งในตลาดนี้ทั้งสิ้น

 

          แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อเริ่มมีแนวคิดโต้แย้งว่า เมื่อเวลาผ่านไป AI จาก Chatbot เหล่านี้จะยิ่งมีประสิทธิภาพลดลง

 

ปัญหางูกินหาง เมื่อ AI กำลังวกกลับมาทำลายตัวเอง?

 

ต้นตอความเสื่อมถอยของ AI จาก LLM

 

          ฟังดูเป็นเรื่องตลกเสียจนไม่น่าเชื่อ เพราะในความเป็นจริงยิ่งผ่านการปรับปรุงพัฒนามากเท่าไหร่เทคโนโลยีก็ยิ่งก้าวหน้าล้ำยุคขึ้นทุกวัน เห็นได้จากข้าวของเครื่องใช้รอบตัวในชีวิตประจำวันกับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เปรียบเทียบให้เห็นภาพคงเป็นโทรศัพท์มือถือที่เมื่อก่อนทำได้เพียงโทรติดต่อ แต่ปัจจุบันสมาร์ทโฟนข้างตัวเราแทบจะทำได้ทุกอย่าง

 

          เทคโนโลยี AI Chatbot เองก็เช่นกัน บริษัทเทคโนโลยีต่างเร่งพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ให้ทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ฝั่ง OpenAI ที่มุ่งมั่นในการพัฒนาโมเดลเอไอตัวใหม่ GPT-4 โมเดลชั้นสูงที่มีขีดความสามารถมากกว่า GPT-3.5 ที่เปิดให้ใช้ฟรี กับการตอบคำถามคณิตศาสตร์ที่มีความแม่นยำสูงถึง 97.6% และความสามารถด้านการแพทย์และกฎหมาย

 

          รายงานของทาง OpenAI ยืนยันว่า GPT-4 มีความน่าเชื่อถือสูง แต่ล่าสุดทีมวิจัยจาก Stanford and UC Berkeley ได้ทำการทดสอบการตอบคำถามของปัญญาประดิษฐ์ในสาขาวิชาชีพต่างๆ ก่อนพบว่า ความแม่นยำในการค้นหาข้อมูลของโมเดลล่าสุดลดลงตามการอัพเดทอย่างน่าฉงน

 

          จากการทดสอบด้วยคำถามทางคณิตศาสตร์ โมเดล GPT-4 เวอร์ชันเดือนมีนาคมสามารถตอบคำถามแม่นยำถึง 97.6% แต่เมื่อถามคำถามเดียวกันในเวอร์ชันเดือนมิถุนายนกลับเหลือความแม่นยำเพียง 2.4% เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพน้อยกว่าโมเดลเก่า GPT-3.5 ทีเปิดให้ใช้ฟรีเสียอีก

 

          ไม่เพียงเท่านั้นทีมวิจัยยังตรวจพบความผิดพลาดในการตอบคำถามมากขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในด้านคำถามทั่วไป การจัดการข้อมูล หรือการเขียนโค้ดโปรแกรมต่างๆ อย่างมีนัยยะสำคัญ อีกทั้งแม้ความเร็วการทำงานจะเพิ่มมากขึ้นสวนทางกับประสิทธิภาพในการให้ข้อมูลอย่างน่าแปลกใจ

 

          นำไปสู่การตั้งคำถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ChatGPT รวมถึงช่องโหว่ที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน

 

ปัญหางูกินหาง เมื่อ AI กำลังวกกลับมาทำลายตัวเอง?

 

ความแม่นยำที่ลดลง กับข้อสันนิฐานจากการปรับปรุงภายใน

 

          ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนำไปสู่การตั้งคำถามจากผู้ใช้งานมากมาย แน่นอนภายในเวลาอันสั้นอาจไม่มีข้อสรุป ด้วยปัจจุบันยังไม่มีการแถลงจากทาง OpenAI ถึงข้อมูลในส่วนนี้ ทำได้เพียงสันนิฐานถึงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการยืนยันความถูกต้องของข้อมูลเท่านั้น

 

          ความเป็นไปได้กรณีแรกคือ การย่อยและเพิ่มจำนวนเอไอทีใช้ในการตอบคำถามให้มากขึ้น จากข้อมูลที่ความเร็วการตอบคำถามของ ChatGPT เพิ่มขึ้นสวนทางกับประสิทธิภาพในการตอบคำถาม จึงเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบการทำงานของทาง OpenAI ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของ ChatGPT เอง

 

          หลักการของเรื่องนี้ใกล้เคียงกับการให้บริการเซิร์ฟเวอร์อินเทอร์เน็ต เมื่อมีคำขอจากผู้ใช้บริการมากย่อมทำให้เกิดการล่าช้าไปจนการล่มของระบบ ทางแก้คือเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ในการตอบสนองขึ้นมารองรับ สำหรับปัญญาประดิษฐ์ก็อาจเป็น การย่อยโมเดลเอไอ GPT-4 ให้มีขนาดเล็กและทำงานควบคู่กัน ก็จะสามารถลดปัญหาด้านความเร็วการใช้งาน

 

          ปัญหาที่ตามมาคือเมื่อย่อยโมเดลให้มีขนาดเล็กลง แม้จะใช้ฐานข้อมูลเดียวกันในการเทรนประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลบนโลกออนไลน์จึงลดลง ด้วยเหตุนั้นปัญญาประดิษฐ์จึงอาจไม่มีการสืบค้นข้อมูลให้ดีพอ จนเกิดการจ่ายข้อมูลที่ผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนแก่ผู้ใช้งาน ส่งผลกระทบต่อความแม่นยำของข้อมูลในที่สุด

 

          ในส่วนนี้แนวทางแก้ไขอาจเป็นการแก้ปัญหารับมือภายในจากระบบของทางบริษัทเอง แต่มีอีกหนึ่งข้อสันนิฐานน่าสนใจที่แม้แต่ทาง OpenAI ก็ไม่สามารถจัดการได้ และยังเป็นปัญหาต่อภาพรวมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ปัจจุบัน

 

ปัญหางูกินหาง เมื่อ AI กำลังวกกลับมาทำลายตัวเอง?

 

          ปัญหาใหม่ของปัญญาประดิษฐ์ เมื่อ AI กำลังฆ่า AI ด้วยกัน

 

          อีกหนึ่งกรณีที่เป็นไปได้ไม่แพ้กันที่ทำให้ความแม่นยำของข้อมูลลดลงถูกเรียกว่า AI cannibalism หรือ AI กำลังฆ่า AI ด้วยกันเอง สาเหตุมาจากการค้นหาข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ต ปัญญาประดิษฐ์ LLM ทุกชนิดทั้ง ChatGPT, Bard หรือ Erine เอง ล้วนต้องรวบรวมข้อมูลบนโลกออนไลน์จากเสิร์ชเอนจินหรือเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือแล้วจึงนำมาตอบผู้ใช้งาน

 

          แต่เราทราบกันดีว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาความนิยมในการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพิ่มสูง ทำให้เนื้อหาที่ถูกเขียนหรือสร้างขึ้นจาก AI เพิ่มจำนวนตาม อีกทั้งยังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง นั่นทำให้เอไออาจนำข้อมูลที่ตัวเองเขียนกลับมาเรียนรู้และใช้เป็นฐานข้อมูลต่อไป สิ่งนี้เองที่อาจเป็นปัญหาซึ่งอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ไม่พร้อมจะรับมือ

 

          เราทราบดีว่าแม้ปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาให้มีความแม่นยำสูง แต่ยังสามารถเกิดความสับสน เข้าใจผิด หรือจ่ายข้อมูลพลาดอยู่บ้าง อาจมีจำนวนน้อยแต่เมื่อข้อมูลผิดพลาดเหล่านั้นถูกนำกลับมาเรียนรู้ซ้ำๆ ความผิดพลาดนั้นก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การสับสนระหว่างข้อมูลจริงกับข้อมูลลวงที่ถูกสร้างจากเอไอเอง ทำให้เกิดข้อมูลผิดพลาดไปในที่สุด

         

          อันที่จริงนี่ไม่ใช่เรืองใหม่กับการที่เอไอถูกป้อนข้อมูลเท็จหรือข้อมูลผิดพลาดจนเกิดความเข้าใจผิด สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นในปี 2016 กับ AI อย่าง Tay ของทาง Microsoft ที่เปิดให้ผู้ใช้งานบน Twitter ในขณะนั้นสามารถสอนอะไรก็ตามได้โดยอิสระ นำไปสู่การป้อนข้อมูลผิดพลาดมากมายจนทางบริษัทต้องปิดการทำงาน AI นี้ไปในที่สุด

 

          อีกทั้งการแยกแยะข้อมูลบนโลกออนไลน์ระหว่างที่มนุษย์และเอไอเขียนนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ในช่วงเปิดตัว ChatGPT มีความพยายามพัฒนาโปรแกรมหรือปัญญาประดิษฐ์สำหรับตรวจจับเนื้อหาจากเอไอโดยเฉพาะ แต่สุดท้ายโครงการทั้งหมดก็ต้องล้มไป เพราะขาดความแม่นยำในการตรวจสอบ เราจึงไม่สามารถแยกแยะงานเขียนของคนหรือเอไอได้อีก

 

          และผลกระทบในส่วนนี้ก็เริ่มส่งกลับมาถึงทางปัญญาประดิษฐ์และผู้พัฒนาด้วยเช่นกัน

 

 

          แนวทางแก้ไขและแนวโน้มการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต

 

          สำหรับผลกระทบในวงกว้างอาจยังไม่เห็นผลในเร็ววัน จากข้อมูลที่ผู้ใช้งาน ChatGPT เริ่มหดตัวในช่วงเดือนมิถุนายน แต่เราไม่อาจแน่ใจได้เช่นกันว่า ข้อมูลผิดพลาดที่ AI ป้อนให้ผู้ใช้งานถูกนำไปใช้และเกิดความเสียหายในแง่ใดบ้าง เป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องจับตามองกันต่อไป

 

          ถึงตรงนี้หลายท่านคงสงสัยในเมื่อไม่มีวิธีแยกแยะเป็นรูปธรรม เช่นนั้นจะป้องกันความบิดเบือนหรือผิดพลาดของข้อมูลเช่นไร ในเมื่อทาง AI ต้องทำการรวบรวมข้อมูลต่อเนื่องเพื่อให้สามารถตอบคำถามแบบเรียลไทม์ แต่หากไม่สามารถนำข้อมูลจากโลนออนไลน์มาศึกษา แล้วจะพัฒนาเพิ่มเติมได้อย่างไร

 

          คำตอบคืออาจมีการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่อาศัย GPT-4 หรือโมเดลที่มีอยู่เป็นฐาน จากนั้นจึงให้เรียนรู้ข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้อย่างถูกต้องแล้วนำไปใช้งาน กล่าวคือแยกย่อยเป็นเนื้อหาที่ต้องการใช้ แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญสาขานั้นๆ ทำการป้อนข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการนำไปใช้ต่อ

 

          ตัวอย่างของการใช้งานในรูปแบบนี้ เช่น Khan Academy องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทางการศึกษาได้พัฒนา Khanmigo จากข้อมูลจากอาจารย์และติวเตอร์ที่ทำการเรียนการสอนในชีวิตจริง ป้อนข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาการเรียนต่างๆ เพื่อให้เอไอสามารถตอบคำถาม, ไขข้อสงสัย, อธิบายเนื้อหา, แสดงวิธีทำ, ตรวจทาน หรือแม้แต่ออกแบบฝึกหัดแก่นักเรียน

 

          เช่นเดียวกับ CoCounsel ปัญญาประดิษฐ์สาขากฎหมายจากบริษัทกฎหมายชั้นนำ ที่อาศัยการเทรนข้อมูลรายละเอียดทางกฎหมายภถึง 4,000 ชั่วโมง จนมีคุณสมบัติในการทำงานใกล้เคียงกับทนายฝึกหัด หรือการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในเชิงการแพทย์ช่วยในการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำถึง 96% ก็ต้องให้บุคลากรการแพทย์ป้อนและเทรนข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องเข้าไปเช่นกัน

 

          นั่นทำให้ในอนาคตเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์อาจถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานรองรับในสาขาต่างๆ จากบรรดาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่ต้องคอยป้อนข้อมูลและอัพเดทเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกใช้งานยังได้รับการอัพเดทแบบเรียลไทม์ และสามารถป้อนข้อมูลแก่ผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพต่อไป

 

 

          อย่างไรก็ตามทั้งหมดเป็นเพียงการคาดการณ์จากข้อสันนิฐานและประเมินแนวโน้มที่จะเกิดในอนาคต ด้วยนี่ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่แกะกล่องที่เรายังขาดความรู้ความเข้าใจ ยากจะคาดเดาผลกระทบและสิ่งจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ได้ชัดเจน แม้แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญเองยังได้แต่ตั้งคำถามไม่แพ้กัน

 

          คงต้องรอดูกันต่อไปว่าแนวโน้มที่ว่ามานี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นจริงแค่ไหน และทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

 

          ที่มา

 

          https://www.telegraph.co.uk/technology/2016/03/24/microsofts-teen-girl-ai-turns-into-a-hitler-loving-sex-robot-wit/?sf23071516=1

 

          https://www.posttoday.com/international-news/696769

 

          https://www.posttoday.com/post-next/innovation/694037

 

          https://www.posttoday.com/post-next/innovation/692400

 

          https://www.posttoday.com/post-next/innovation/695573

 

          https://interestingengineering.com/science/chatgpts-performance-and-accuracy-has-decreased-over-time-stanford-research

 

          https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/chatgpt-use-declines-as-users-complain-about-dumber-answers-and-the-reason-might-be-ais-biggest-threat-for-the-future

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่