posttoday
ออสเตรเลียวินาศ น้ำป่าทะลัก บริสเบนอพยพหนีตาย

ออสเตรเลียวินาศ น้ำป่าทะลัก บริสเบนอพยพหนีตาย

12 มกราคม 2554

สถานการณ์น้ำท่วมในออสเตรเลียยังวิกฤต เมืองบริสเบนเสี่ยงจมบาดาล ทางการเร่งอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ อุตุนิยมวิทยาจิงโจ้โยน “ลานินญา” ตัวการทำฟ้ารั่ว ชี้ฝนจะถล่มต่อไปอีกหลายเดือน

สถานการณ์น้ำท่วมในออสเตรเลียยังวิกฤต เมืองบริสเบนเสี่ยงจมบาดาล ทางการเร่งอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ อุตุนิยมวิทยาจิงโจ้โยน “ลานินญา” ตัวการทำฟ้ารั่ว ชี้ฝนจะถล่มต่อไปอีกหลายเดือน

 

ออสเตรเลียวินาศ น้ำป่าทะลัก บริสเบนอพยพหนีตาย

วิกฤตน้ำท่วมครั้งเลวร้ายในออสเตรเลียยังไม่คลี่คลาย ล่าสุด ทางการออสเตรเลียหวั่นว่า “บริสเบน” เมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของออสเตรเลีย จะเผชิญน้ำท่วมครั้งเลวร้ายสุดใน 120 ปี และประกาศให้ชาวเมืองบริสเบนหลายพันคนอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน หลังเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันในเมืองใกล้เคียง สังเวยแล้วอย่างน้อย 9 ราย สูญหายอีกอย่างน้อย 78 คน

เอเอฟพีรายงานว่า ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ หลังแม่น้ำบริสเบน ในเมืองเอกของรัฐควีนส์แลนด์ได้เอ่อล้นตลิ่งแล้ว ขณะที่ทางการคาดว่าจะมีสิ่งปลูกสร้าง 6,500 หลังในเมืองจมน้ำ โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในวันที่ 13 ม.ค. และพื้นที่บริเวณกว้างจะจมอยู่ใต้น้ำ

“ประชาชนทุกคนในชุมชนที่อาศัยอยู่กับแม่น้ำบริสเบน หรือพื้นที่ใกล้เคียงแนะนำให้ย้ายขึ้นไปอยู่ยังที่สูง” แถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ระบุ

ภายหลังประกาศเตือนดังกล่าว ปรากฏว่าการจราจรในเมืองบริสเบนแทบจะกลายเป็นอัมพาต เนื่องจากประชาชนหลายพันคนเร่งอพยพออกจากเมืองทั้งโดยรถยนต์ รถบัส และรถไฟ พร้อมแห่กักตุนสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ต

ขณะที่แคมป์เบล นิวแมน เทศบาลเมืองบริสเบน กล่าวว่า เขื่อนหลักในเมือง บริสเบน ซึ่งช่วยให้พื้นที่แห่งนี้รอดพ้นจากอุทกภัยมาตลอดนั้น ขณะนี้ได้กักเก็บน้ำไว้เต็มพิกัดแล้ว ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงต้องระบายน้ำออกจากเขื่อน ซึ่งคาดว่าจะทำให้กระแสน้ำเอ่อล้นท่วมเมืองบริสเบน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังคาดการณ์ว่า เหตุอุทกภัยในบิรสเบนครั้งนี้ จะร้ายแรงกว่าเหตุอุทกภัยเมื่อปี 1974 ที่แม่น้ำบริสเบนเอ่อทะลักกำแพงกั้นน้ำ เข้าท่วมบ้านเรือนหลายพันหลัง และมีผู้เสียชีวิต 14 คน

ทั้งนี้ ความหวาดวิตกดังกล่าว มีขึ้นหลังจากเมื่อคืนวันที่ 10 ม.ค. เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันในเมืองทูวูมบา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองบริสเบน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน และสูญหายอีกอย่างน้อย 78 คน

ด้าน แอนนา ไบลห์ มุขมนตรีรัฐควีนส์แลนด์ กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นจากนี้ พร้อมกันนี้ยังเรียกเหตุการณ์น่าสลดครั้งนี้ว่าเป็น “ช่วงเวลาที่เลวร้าย”

ขณะที่นายกรัฐมนตรีจูเลีย กิลลาร์ด เปิดแถลงข่าวที่นครซิดนีย์ โดยเตือนว่า ชาวออสเตรเลียจำเป็นต้องเผื่อใจไว้สำหรับยอดผู้เสียชีวิตที่อาจเพิ่มขึ้นอีก หลังมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้แล้ว 8 ราย

“เนื่องด้วยมีชาวออสเตรเลียอีก 72 คนที่ยังไม่ทราบชะตากรรม เราจึงจำเป็นต้องเผื่อใจไว้สำหรับความเป็นไปได้ของข่าวร้ายนอกเหนือจากนี้” เธอกล่าว

ทั้งนี้ รายงานระบุด้วยว่า กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากในเมืองทูวูมบา ได้พัดพารถยนต์พลิกคว่ำลอยชนกันระเนระนาด ส่วนผู้คนต้องหนีเอาตัวรอดโดยปีนขึ้นอยู่บนต้นไม้และหลังคาตึก

ขณะที่สถานีโทรทัศน์รายงานภาพท้องถนนที่กลายเป็นผืนน้ำเต็มไปด้วยรถลอยไปมา รถบางคันมีคนนั่งหนีน้ำอยู่ด้านบน ชาวเมืองจำนวนมากจำเป็นต้องหนีขึ้นไปอยู่บนยอดอาคาร เนื่องจากระดับน้ำสูงเกือบถึงหลังคา

ด้านเจ้าหน้าที่เผยว่า พบร่างของหญิง 1 คน และเด็กชาย 1 คนเสียชีวิตในใจกลางเมืองทูวูมบา ซึ่งอยู่ห่างจากนครบริสเบน เมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ ไปทางตะวันตก 125 กิโลเมตร ขณะที่มีชาย 1 คน และเด็กชาย 1 คนเสียชีวิตใกล้กับเมอร์ฟีส์ ครีก

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่นี้มีสาเหตุมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในเขตภัยพิบัติน้ำท่วมหนักของออสเตรเลีย ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำหลายแห่งเอ่อล้นท่วมกินพื้นที่บริเวณกว้างขนาดเท่ากับประเทศฝรั่งเศส และเยอรมนีรวมกัน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหมืองโค้ก ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวของรัฐควีนส์แลนด์ คิดเป็นมูลค่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลีย ระบุว่า พายุฝนที่เกิดขึ้นเพราะอิทธิพลของปรากฏการณ์ลานินญานี้ จะทำให้ออสเตรเลียชุ่มน้ำไปอีกหลายเดือน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแถลงว่า ฝนที่ตกหนักตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว จนทำให้เกิดน้ำท่วมเหมืองและผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งคร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 19 รายนี้ จะดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค.นี้

แกรนท์ แบรด นักอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยว่า ในเดือน ธ.ค.-มี.ค.ของทุกปีจะเป็นช่วงที่มีฝนตกหนักที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ แต่ในปีนี้ประชาชนอาจต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ เพราะน้ำในอ่างเก็บน้ำและแม่น้ำหลายสายเอ่อล้นอยู่ก่อนแล้ว อันเนื่องมาจากพายุฝนที่เกิดจากอิทธิพลของปรากฏการณ์ลานินญา

ทั้งนี้ “ลานินญา” เป็นปรากฏการณ์ที่ตรงกันข้ามกับปรากฏการณ์ “เอลนินโญ” โดยจะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเย็นกว่าปกติ และอิทธิพลของปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดฝนตกหนักในเอเชียและออสเตรเลีย และทำให้เกิดอากาศหนาวเย็นขึ้นเล็กน้อยในอเมริกาเหนือและเกิดภัยแล้งในแอฟริกาใต้ ส่วนเอลนินโญมักสร้างความแห้งแล้งให้กับออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม ศ.เนวิลล์ นิโคล ประธานสำนักอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย และสมุทรศาสตร์ ระบุว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอุทกภัยครั้งร้ายแรงนี้ เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์โลกร้อนหรือไม่

ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยายังพยากรณ์ว่า จะมีฝนตกหนัก และพายุฝนฟ้าคะนองทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ในวันที่ 11-12 ม.ค.

“ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วมที่เป็นอยู่ให้เลวร้ายลงไปอีก” อุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียเตือน

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน