
สหประชาชาติใกล้บรรลุมาตรการปกป้องผืนป่าและแหล่งน้ำ
การประชุมสุดยอดสหประชาชาติว่าด้วยการปกป้องธรรมชาติกำลังบรรลุข้อตกลงระดับโลกฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2030 จะสามารถปกป้องผืนดินและทะเลได้ 30% ของโลก จากเงินสนับสนุนหลายแสนล้านดอลลาร์ที่มีเป้าหายเพื่ออนุรักษ์พื้นป่าและสายพันธุ์สัตว์ต่างๆ
จีน ในฐานะประธานการประชุม COP15 ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เพิ่งเผยแพร่แผนด้านข้อเสนอ พร้อมระบุว่าบรรดารัฐมนตรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งแต่ยังมีข้อจำกัดบางประการ
Susana Muhamad รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของโคลอมเบียกล่าวว่า “จำเป็นที่จะต้องมีการหารืออีกรอบเพื่อจัดสรรทรัพยากรและความต้องการให่มีความสอดคล้องกัน แต่ในแง่ดีคือเราได้บรรลุเป้าหมายหลักแล้ว ไม่มีอะไรจะมาขัดกับเป้าหมายในครั้งนี้ได้ เรากำลังก้าวไปข้างหน้า”
ผู้กำหนดนโยบายหวังว่าข้อตกลงนี้จะสามารถกระตุ้นความพยายามที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติได้ในลักษณะเดียวกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น ณ กรุงปารีสในปี 2015 ที่มีความพยายามจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอันเป็นผลทำให้โลกร้อน
สำหรับโครงการริเริ่มด้านการอนุรักษ์ ร่างดังกล่าวกำหนดงบทางการเงินไว้ที่ 200,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีแม้ว่าการเรียกเก็บเงินจากประเทศที่ร่ำรวยจะได้น้อยกว่าที่บรรดาประเทศกำลังพัฒนาเรียกร้องก็ตาม โดยกำหนดเป็นแผน 30-30 ซึ่งก็คือปกป้องผืนดินและแหล่งน้ำ 30% ส่วนอีก 30% จะมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรม
ขณะที่ภาคธุรกิจควรมีการประเมินและเปิดเผยข้อมูลว่าพวกเขาสร้างผลกระทบหรือได้รับผลกระทบจากธรรมชาติหรือไม่ อย่างไรก็ตามในร่างดังกล่าวยังไม่มีการบังคับใช้กฎนี้ ทั้งยังมีประเด็นถกเถียงว่า ตัวเลข 30% ของการปกป้องผืนดินและน้ำไม่มีการแบ่งแยกให้ชัดเจนว่า น้ำ 30 ดิน 30 หรือทั้งหมดรวมอยู่ใน 30 เรียบร้อยแล้ว
ร่างดังกล่าวยังระบุด้วยว่าจำนวนเงินเพื่อการอนุรักษ์อาจมาจากความสมัครใจของประเทศใดก็ได้ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของประเทศที่พัฒนาแล้วและมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน ร่วมสมทบทุนด้วย
ทั้งนี้บรรดารัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลอีกเกือบ 200 ประเทศจะต้องลงฉันทามติในร่างดังกล่าวภายในเที่ยงคืนของวันจันทร์ที่ 19 ธ.ค.







