
ปีหน้ากับดอลลาร์
ตลอดปีที่ผ่านมาแทบจะเรียกได้ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนยวบมาทั้งปีครับ ทำเอาหลายประเทศต้องผจญกับค่าเงินที่แข็งขึ้นสวนทางดอลลาร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เจองานเข้าหนักกว่าใครเพื่อน
ตลอดปีที่ผ่านมาแทบจะเรียกได้ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนยวบมาทั้งปีครับ ทำเอาหลายประเทศต้องผจญกับค่าเงินที่แข็งขึ้นสวนทางดอลลาร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เจองานเข้าหนักกว่าใครเพื่อน
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ตลอดปีที่ผ่านมาแทบจะเรียกได้ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนยวบมาทั้งปีครับ ทำเอาหลายประเทศต้องผจญกับค่าเงินที่แข็งขึ้นสวนทางดอลลาร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เจองานเข้าหนักกว่าใครเพื่อน
ปีหน้าปีเถาะ ปัญหาค่าเงินดอลลาร์อ่อนก็น่าจะยังเป็นปัญหาหนักอกของเอเชียอยู่ต่อไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของเอเชียในปีหน้าด้วย
หากพิจารณาปัจจัยกันในขณะนี้ ต้องบอกว่ายังไม่เห็นวี่แววว่าดอลลาร์จะเริ่มแข็งขึ้น
ปัจจัยแรก การแทรกแซงค่าเงินทางอ้อมจากสหรัฐยังจะดำเนินต่อไป กับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ผ่านการคงดอกเบี้ยที่ 0% และใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (Quantitative Easing 2) และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเข้าซื้อพันธบัตรรอบใหญ่อีกครั้งเสียด้วย
แน่นอนว่าจากปัจจัยนี้ ดอลลาร์มีทิศทางที่จะอ่อนลงๆ เท่านั้น
ปัจจัยต่อมา คือ จากปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งในปี 2010 สหรัฐขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 10.6% เมื่อเทียบกับผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี)
ปัญหานี้ของสหรัฐเรียกได้ว่าพอๆ กับกรีซทีเดียว (แต่น่าแปลกที่บรรดาบริษัทจัดอันดับเครดิตทั้งหลายแหล่กลับไม่ปรับลดอันดับเครดิตสหรัฐ)
ยิ่งปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของสกุลเงินดอลลาร์มากขึ้นเท่านั้น
เมื่อวานนี้ ซีเอ็นเอ็น ทำการสำรวจความเห็นของชาวสหรัฐส่วนใหญ่เห็นว่า การแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณไม่น่าจะใช่เป้าหมายหลักของรัฐบาลชุดนี้
และที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐก็ไม่เคยแสดงออกซึ่งท่าทีว่าต้องการจะแก้ปัญหานี้อย่างใด
คือปล่อยให้มันขาดดุลไป (เพราะสหรัฐพิมพ์ธนบัตรได้เอง) ก็รังที่จะทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงต่อไป
ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลดีต่อสหรัฐด้วยซ้ำ ที่จะทำให้สินค้าของสหรัฐมีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกมากขึ้น
ในปีหน้าวี่แววเห็นชัดแล้วครับ ว่าปัจจัยทั้งหลายที่ว่าไปนั้นจะยังทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงต่อไปเรื่อยๆ
เพียงแต่อาจจะมีปัจจัยชั่วครู่ชั่วยามที่อาจจะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาบ้างเป็นพักๆ เช่นหากวิกฤตหนี้ในยุโรปลุกลามขึ้นมา ซึ่งจะทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนลงแทน
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะดอลลาร์สหรัฐหรือจะค่าเงินยูโรที่อ่อนนั้น ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อค่าเงินของเอเชียและการส่งออกของเอเชียทั้งนั้นแหละครับ







