ท่องเที่ยวเอเชียเจอโจทย์ใหญ่ เปิดประเทศแต่ไร้เงาทัวร์จีน
มาตรการคุมโควิดที่เข้มงวดของจีนส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวเอเชียเจองานหนักเมื่อขาดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีน
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า การผ่อนปรนมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียกำลังดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญกับอุปสรรคใหญ่อีกอย่างหนึ่ง คือการหายไปของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากประเทศจีน
ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จีนเป็นประเทศที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวขาออกมากที่สุดในโลก แต่ตอนนี้เปิดเที่ยวบินโดยสารระหว่างประเทศเพียง 2% เท่านั้น ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนในต่างแดนจากเดิมที่พุ่งสูงสุดมากกว่า 154 ล้านคนก่อนโควิด-19 ลดลงเหลือราว 20 ล้านคนในปีถัดมา
ส่งผลให้การใช้จ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกหายไปถึง 255,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 8.5 ล้านล้านบาท
แม้ว่าหลายประเทศในเอเชียรวมถึงไทย สิงคโปร์ และบาหลีของอินโดนีเซีย เริ่มผ่อนคลายมาตรการและเปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว แต่หลายสายการบินต้องลดเที่ยวบินจำนวนมากเพราะขาดนักท่องเที่ยวชาวจีน
เนื่องจากขณะนี้จีนยังคงใช้มาตรการที่เข้มงวดรวมถึงการจำกัดการเดินทาง เพื่อพยายามจำกัดโควิด-19 ให้เป็นศูนย์ ขณะที่การแพร่ระบาดระลอกล่าสุดกระจายไปหลายมณฑล และแพร่เป็นวงกว้างที่สุดนับตั้งแต่การระบาดครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปี 2019
โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยเสียรายได้ประมาณ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1.7 ล้านบาทต่อปี ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนใช้จ่ายในไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ย ทั้งนี้ ไทยตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 180,000 คนในปีนี้ ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 40 ล้านคนในปี 2019
ปรับแผนชดเชยทัวร์จีน
Ravi Chandran กรรมการผู้จัดการลากูน่า ภูเก็ต ประเทศไทย กล่าวกับรอยเตอร์สว่ารีสอร์ททั้ง 5 แห่งต้องเปลี่ยนไปเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป สหรัฐ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อชดเชยการสูญเสียนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งคิดเป็น 25% ถึง 30% ของธุรกิจก่อนเกิดโควิด-19
Liz Ortiguera ประธานเจ้าหน้าที่บริหารPacific Asia Travel Association (PATA) กล่าวว่าผู้ประกอบการต้องหาตลาดใหม่ๆ และเรียนรู้วิธีทำการตลาดเพื่อตอบสนองวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเมื่อยังไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีน
โดยยกตัวอย่างมัลดีฟส์ที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและอินเดีย ซึ่งพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ลดลงเพียง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2019 แม้ว่าจะไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนก็ตาม
หนึ่งในนั้นคือ COMO Hotels and Resorts ซึ่งมีรีสอร์ท 2 แห่งในมัลดีฟส์ได้ตระหนักว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะยังไม่สามารถเดินทางมายังมัลดีฟส์ได้ในเร็วๆ นี้ จึงเปลี่ยนโฟกัสไปที่ตลาดสำคัญอื่นๆ รวมถึงรัสเซีย
โจทย์ใหญ่ของภาคการท่องเที่ยว
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดว่าจีนจะยังคงมาตรการที่เข้มงวดต่อไปอย่างน้อยจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า และอาจค่อยๆ เปิดการเดินทางระหว่างประเทศทีละประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป
โดยบริษัท ForwardKeys ผู้วิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางประมาณการว่าต้องใช้เวลาจนถึงปี 2025 กว่าที่การเดินทางขาออกของจีนจะฟื้นตัวเต็มที่สู่ระดับก่อนโควิด-19
ถึงกระนั้น ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากยังคงไม่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าจะมีการเปิดพรมแดนก็ตาม
Kat Qi วัย 29 ปี จากกรุงปักกิ่งที่เดินทางไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสหราชอาณาจักรก่อนเกิดโรคระบาด กล่าวว่า เขายังไม่ต้องการเดินทางระหว่างประเทศมากนัก เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่มีธรรมชาติสวยงามอยู่ในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนน้อย
Wolfgang Georg Arlt ซีอีโอของสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวขาออกของจีนมองว่าการท่องเที่ยวในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไป แต่งต่างกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2019
เช่นเดียวกับ Sienna Parulis-Cook ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของบริษัท Dragon Tail International ซึ่งกล่าวว่าการทัวร์เป็นหมู่คณะของทัวร์จีนกำลังจะหมดไป และถูกแทนที่ด้วยการท่องเที่ยวขนาดเล็กกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงแทน
PHOTO: PATIPAT JANTHONG


