
ฟองสบู่น้ำมัน
เมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบเบาในการซื้อขายที่ตลาดสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 89 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ใกล้ทะลุ 90 เหรียญสหรัฐเข้าไปทุกที
เมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบเบาในการซื้อขายที่ตลาดสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 89 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ใกล้ทะลุ 90 เหรียญสหรัฐเข้าไปทุกที
อีกทั้งนักวิเคราะห์ยังมองกันด้วยว่า จะถึง 100 เหรียญสหรัฐด้วยซ้ำในช่วงปีใหม่นี้
ปัจจัยหลักๆ ที่จะทำให้ราคาน้ำมันขึ้นหรือลงนั้น จะมาจาก สภาพเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐที่เป็นประเทศบริโภคน้ำมันมากที่สุดในโลก
ช่วงไหนความต้องการน้ำมันในโลกลดลง ราคาก็จะลงตาม ช่วงไหนความต้องเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้นตาม
นั่นเป็นกลไกทางราคาในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงภาวะปกติครับ
แต่ทว่าในทุกวันนี้ กลไกราคาน้ำมันแทบจะไม่ได้ถูกกำหนดโดยการขึ้นลงของดีมานด์และซัพพลายอีกต่อไป
ดังที่ผมรับใช้ไว้หลายครั้ง ว่าการลงทุนลวงกำลังรุ่งเรืองในเศรษฐกิจโลก คือนักลงทุนแห่วิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กันเพื่อทำกำไรในระยะสั้นๆ
เพราะได้เงินรวดเร็วกว่า แม้ว่าจะมีความเสี่ยงก็ตาม
ตลาดน้ำมันก็เป็นตลาดหนึ่งที่มีการเก็งกำไรกันสูง ในช่วงนี้แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจสหรัฐจะฟุบตัวลงอีกครั้ง ความต้องการน้ำมันในสหรัฐเดือน ต.ค.ลดลงไปอีก 0.7%
แต่ปรากฏว่าราคาน้ำมันกลับไม่ลดลงตาม
นั่นเป็นเพราะค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ และการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐที่ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องด้วย
อย่าลืมว่า การซื้อขายน้ำมันทำกันด้วยเงินสกุลดอลลาร์
เมื่อดอลลาร์ยิ่งถูก ก็ยิ่งซื้อน้ำมันกันได้มากขึ้น ทำให้นักลงทุนวิ่งเข้าหาตลาดน้ำมันกันให้ครึกครื้นครับ
นอกจากนั้นแล้ว แทนที่เศรษฐกิจสหรัฐฟุบตัวลง ความต้องการน้ำมันในสหรัฐลดลง
แต่ก็มีการเติบโตขึ้นมาของจีนและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขึ้นมาแทนที่ ที่ทำให้ความต้องการน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งทำให้น้ำมันโลกยังไม่มีทิศทางที่จะปรับลดลงแต่อย่างใด และมีแนวโน้มด้วยว่าทิศทางการปรับขึ้นจะเป็นไปในระยะยาวๆ กันด้วย
ภาวะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่กับเฉพาะน้ำมัน
ตลาดทองคำและแร่มีค่าอีกหลายอย่าง รวมทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ก็เข้าข่ายทำนองเดียวกันด้วย
ในปีหน้า โลกจะต้องจับตาราคาสินค้าเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะราคาน้ำมัน หรือทองคำ
มีสิทธิเกิดเป็นภาวะฟองสบู่ได้ง่ายๆ ในเมื่อไม่มีใครกล้ารับประกันว่าเศรษฐกิจโลกจะสามารถกลับมาแข็งแกร่งได้จริงครับ







