
เผยข้อมูลล่าสุด จีนล้วงตับกูเกิล ทั่วโลกเริ่มตัดท่อน้ำเลี้ยงวิกิลีกส์
จีนกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของเว็บไซต์จอมแฉ วิกิลีกส์ เอกสารลับเผยพยายามแฮกกูเกิล รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์ของสหรัฐ และประเทศพันธมิตรมานานหลายปี
จีนกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของเว็บไซต์จอมแฉ วิกิลีกส์ เอกสารลับเผยพยายามแฮกกูเกิล รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์ของสหรัฐ และประเทศพันธมิตรมานานหลายปี
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานอ้างเอกสารลับทางการทูตของสหรัฐที่เผยแพร่ทางเครือข่ายเว็บไซต์วิกิลีกส์ ซึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีน 2 คน ได้สั่งการให้แฮกเกอร์เจาะเข้าเว็บไซต์กูเกิล จนส่งผลให้กูเกิลต้องตอบโต้ด้วยการขัดคำสั่งของรัฐบาลจีนที่บังคับให้เซ็นเซอร์ข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคง ซึ่งการตอบโต้ของทั้งสองฝ่าย รวมถึงแรงกดดันอย่างหนักหน่วงจากรัฐบาลจีน ส่งผลให้กูเกิลต้องยุติการให้บริการในจีนช่วงเวลาหนึ่งเมื่อเดือน มี.ค.
“การเจาะเข้าสู่ระบบของกูเกิลได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตรวจสอบข้อมูลข่าวสารแห่งรัฐ” เอกสารลับ ระบุ ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนสำคัญของจีนเป็นผู้บริหารงาน คือ หลี่ฉางชุน และ โจวหย่งคัง สมาชิกของกรมการเมืองจีน ซึ่งมีบทบาทในการชี้นำนโยบายการบริหารประเทศ
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ที่ปรากฏชื่อในเอกสารลับปฏิเสธว่ามิได้มีส่วนรู้เห็นกับการเจาะเข้าระบบของกูเกิลโดยตรง แหล่งข่าวที่เปิดเผยกับนิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมาเป็นผู้ลงมือกระทำการในครั้งนี้ เพื่อบังคับให้กูเกิลปฏิบัติตามระเบียบการเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจีน ขณะที่หลี่และโจวเป็นเพียงผู้ลงนามในขั้นตอนปฏิบัติ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า จีนได้ทำการเจาะเข้าระบบเครือข่ายออนไลน์ของหน่วยงานรัฐบาลและภาคธุรกิจของสหรัฐ รวมถึงประเทศพันธมิตรของสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2545 โดยมีการตรวจพบว่า กรณีล้วงข้อมูลลับเมื่อปี 2551 เพียงกรณีเดียวมีข้อมูลลับเกี่ยวกับข้อมูลที่ส่งผ่านอีเมลและยูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ด จากหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐ หลุดมาถึงมือจีนถึง 50 เมกะไบต์
ด้านเพย์พัล (PayPal) ผู้ให้บริการธุรกรรมทางการเงินในโลกออนไลน์ ประกาศยุติการให้บริการและระงับบัญชีของวิกิลีกส์ ซึ่งทางเว็บไซต์ให้เป็นแหล่งในการระดมทุนเพื่อเคลื่อนไหว โดยทางเพย์พัลให้เหตุผลที่ระงับการให้บริการแก่วิกิลีกส์ว่า เว็บไซต์อื้อฉาวรายนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ส่งผลให้วิกิลีกส์ต้องสั่นคลอนอย่างหนัก เนื่องจากรายได้จากเพย์พัลถือเป็นรายได้หลักในการดำเนินการ
ทั้งนี้ วิกิลีกส์ได้เผยแพร่แถลงการณ์ในหน้าเว็บไซต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการถอนตัวโดยเพย์พัล ซึ่งปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความเห็นอย่างล้นหลามถึง 2,400 ความเห็น ส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจต่อการถอนตัวในครั้งนี้
การถอนตัวของเพย์พัล ส่งผลให้วิกิลีกส์ต้องพยายามประคับประคองเว็บไซต์ที่เริ่มสั่นคลอนขึ้นทุกขณะ หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเว็บไซต์อเมซอน ซึ่งเป็นผู้บริการรายใหญ่แก่วิกิลีกส์ ประกาศถอนการให้บริการ รวมถึงป้องกันการโจมตีจากหน่วยงานภาครัฐและแฮกเกอร์ทั่วโลก
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ให้บริการรายย่อยแก่วิกิลีกส์ ยังเริ่มถอนตัวจากความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์นี้ โดยล่าสุด คือ บริษัท EveryDNS ซึ่งให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในแมนเชสเตอร์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ประเทศสหรัฐ ซึ่งระบุว่า จำเป็นจะต้องสลัดตัวจากวิกิลีกส์ เพราะอาจตกเป็นเป้าโจมตีจนเครือข่ายทั้งหมดล่มลง
ทั้งนี้ เว็บไซต์วิกิลีกส์ยังสามารถเข้าถึงได้ในเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ทว่าเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ทางการฝรั่งเศสได้ปิดช่องทางเข้าถึงแล้ว หลังจากเกิดแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของ เอริก เบสซง รัฐมนตรีอุตสาหกรรมฝรั่งเศส ที่กล่าวว่า ยอมรับไม่ได้ที่จะเปิดให้บริการวิกิลีกส์ เนื่องจากเว็บไซต์นี้ได้ล่วงละเมิดความสัมพันธ์ทางการทูตที่เป็นความลับ
ด้านความคืบหน้าการติดตามตัว จูเลียน เอสแซงก์ เจ้าของวิกิลีกส์มาดำเนินคดี ล่าสุดเจ้าตัวยังสามารถหลบซ่อนอยู่ในอังกฤษได้ต่อไป เนื่องจากความล่าช้าของกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากเอสแซงก์มีหมายจับเพื่อดำเนินคดีในสวีเดน ทว่าถือสัญชาติออสเตรเลีย และขณะนี้อยู่ภายใต้กฎหมายของอังกฤษ
ก่อนหน้านี้มีกรณีในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับ แกรี แมคคินนอน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทางการสหรัฐต้องการตัว ในคดีเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ขององค์การนาซา และหน่วยงานทางทหารเมื่อปี 2544 ทว่าจนถึงขณะนี้ผ่านมานานกว่า 8 ปีแล้ว โดยที่แมคคินนอนยังคงพำนักอยู่ในอังกฤษ เนื่องจากความติดขัดด้านกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งคาดว่าเอสแซงก์จะรอดจากการจับกุมตัวในระยะหนึ่งเช่นเดียวกัน







