เดโมแครตจะถอดถอนทรัมป์ไปทำไม ในเมื่อปีหน้าก็เลือกตั้งแล้ว
โดย ... ชยพล พลวัฒน์ ข่าวต่างประเทศ Posttoday Exclusive
โดย ... ชยพล พลวัฒน์ ข่าวต่างประเทศ Posttoday Exclusive
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างนั้น มีมติด้วยคะแนน 232 ต่อ 196 อนุมัติให้มีการเปิดไต่สวนอย่างเป็นทางการเพื่อนำไปสู่ญัตติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่ง
ชนวนเหตุที่เดโมแครตเดินหน้าอิมพิชเมนต์ คือกรณีที่พบหลักฐานซึ่งเชื่อได้ว่าทรัมป์อาจใช้อำนาจในฐานะประธานาธิบดี กดดันผู้นำต่างชาติ ซึ่งก็คือประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน หาทางเช็คบิลนายฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ และเป็นคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในศึกเลือกตั้งปี 2020 เพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางทหารและเศรษฐกิจที่สหรัฐจะมอบให้ยูเครน
เดโมแครตตั้งคำถามว่า หากทรัมป์เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวจริง อาจเข่าข่ายทำผิดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐ
ทันทีที่สภาล่างคองเกรสลงมติ ทรัมป์ได้ทวิตข้อความโจมตีว่า "นี่เป็นการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน"
ขั้นตอนหลังจากนี้คือคณะกรรมาธิการชุดต่างๆของคองเกรสจะเชิญ บุคคลที่เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมาสอปปากคำ ไต่สวน หรือให้ข้อมูลซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะเปิดเผยต่อสาธาณะ ซึ่งบุคคลต่อไปที่ถึงคิวจะขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการคองเกรสคือนายจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นของทรัมป์ ซึ่งถูกทรัมป์ไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
การตรวจสอบดำเนินไปตามขึ้นตอน ... ทรัมป์จะมีมูลความผิดจริงหรือไม่ ก็เป็นไปตามกระบวนการหลังจากนี้ เราจะได้รู้กัน
แต่ที่บอกว่าเป็นการยากที่เดโมแครตเนื่องจากว่า หากสภาผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจไต่สวนตรวจสอบจนชัดเจนแล้ว จะมีน้ำหนักพอให้ฝ่ายนิติบัญญัติลงมติถอดถอนประธานาธิบดีได้หรือไม่
กระบวนการอิมพีชเมนต์มีขั้นตอนอย่างไร
กระบวนการถอดถอนประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลักๆคือ เมื่อสภาผู้แทนฯสหรัญเชื่อว่าประธานาธิบดีผิดจริง หรือมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าทำผิดจริง ไม่ว่าจะทั้งการเข้าข่ายการกบฏ, ติดสินบน, อาชญากรรมร้ายแรง หรือความผิดทางอาญาอื่นๆ พวกเขาจะเริ่มต้นการฟ้องร้องประธานาธิบดี กระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการจะตามมา (ขณะนี้คองเกรสอยู่ในขั้นตอนนี้)
เมื่อเชื่อว่าปธน.ผิดจริงฝ่ายนิติบัญญัติจะทำการร่างหนังสือถอดถอนไปยังสภา สภาผู้แทนฯจะทำการโหวตรอบแรกโดยใช้เสียงส่วนมากตัดสิน หากสภาผู้แทนฯมีเสียงข้างมากให้ประธานาธิบดีเข้าข่ายถูกถอดถอน กระบวนการพิจารณาคดีจะเริ่มต้นขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่เป็นโจทก์ฟ้องประธานาธิบดี ด้านประธานาธิบดีสามารถใช้ทนายสู้คดีได้ ขั้นตอนนี้ทั้งสภาและจำเลย(ประธานาธิบดี) จะงัดหลักฐานทุกอย่างและข้อโต้แย้งสู้ดคีกัน ก่อนที่สภาจะทำการโหวตรอบสองและต้องได้คะแนนเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ประธานาธิบดีจึงจะถูกถอดถอน
วุฒิสมาชิกของสภาสหรัฐชุดปัจจุบันประกอบด้วย 53 เสียงจากรีพับลิกกัน 45 เสียงจากแดโมเครต และอีก 2 เสียงจากส.ว.อิสระ นั้นหมายความว่าวุฒิสภาซึ่งมีพรรครีพับลิกกันครองเสียงข้างมาก จะต้องลงคะแนนเสียงให้ได้อย่างน้อย 67 เสียง ซึ่งนั้นหมายถึงจะต้องมี "ส.ว.งูเห่า" ฝั่งรีพับลิกกันอย่างน้อย 20 เสียง โหวตถอดถอนทรัมป์
ซึ่งหากถึงขั้นตอนนี้ ไม่มีใครรู้ว่าส.ว.รีพับลิกกันจะหักหลังทรัมป์ด้วยการโหวตสวนทางพรรคหรือไม่ .. (แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะมี ส.ว.ดาวเด่นของรีพับลิกกันหลายคนไม่ชอบทรัมป์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว)
แล้วเดโมแครตจะเดินหน้าถอดถอนทรัมป์ทำไม ในเมื่อปีหน้า (2020) สหรัฐจะต้องเลือกตั้งประธานาธิบดีอยู่แล้ว?
ปัจจุบันเดโมแครตมีผู้สมัครชิงตำแหน่งปธน.2020 ถึง 17 คน แม้จะลดลงจากเดิมซึ่งมีอยู่ 27 คน เนื่องจากประกาศถอนตัวไปก่อนหน้านี้
แต่เชื่อหรือไม่ว่าในบรรดาผู้สมัครเดโมแครตทั้งหมด ทรัมป์บอกผมไม่กลัวใครเลย (เว้นเสียแต่คนเดียว คือ โจเซฟ ไบเดน หรืออดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน)
นักวิเคราะห์การเมืองอเมริกันทุกฝ่ายมองตรงกันว่า โจ ไบเดน นี่แหละคือ "คู่ชก" ในศึกเลือกตั้ง 2020 ตัวจริงของทรัมป์
เกมส์นี้แท้จริงคือการงัดข้อของสองพรรคใหญ่
ทรัมป์พยายามเล่นเกมส์สกัดขาคู่แข่งเลือกตั้งด้วยการอ้างว่าบุตรชายไบเดน เอี่ยวคอรัปชั่นในยูเครน เช่นเดียวกับเลือกตั้งในปี 2016 ทรัมป์ก็ได้ใช้เกมส์เดียวกันนี้กับ ฮิลลารี่ คลินตัน คู่แข่งเลือกตั้งที่ใครๆก็เชื่อว่าทรัมป์ไม่มีวันชนะเลือกตั้ง
การพ่ายแพ้ของเดโมแครตครั้งนั้น ทำให้มาคราวนี้เดโมแครตรู้ดีกว่าหากจะเล่นงานทรัมป์ ต้องใช้เกมส์แรง เดโมแครตจะไม่ยอมทรัมป์เดินหมากอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน ดังนั้นการเดินหน้ากระบวนการถอดถอน แม้เดโมแครตอาจจะรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงเสีย ก็ไม่อาจถอดถอนทรัมป์ได้สำเร็จ แต่ก็ยังดีไม่ทำอะไรเลยและปล่อยให้ศัตรูกระทำอยู่ฝ่ายเดียว
ผลสำรวจของสำนักข่าววอชิงตันโพสต์ และเอบีซี ชี้ว่าร้อยละ 49% ของชาวอเมริกันต้องการให้ทรัมป์พ้นจากทำเนียบขาว ขณะร้อยละ 47% บอกว่าไม่ต้องการอิมพีชเมนต์
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีรายงานจากสื่อสหรัฐหลายสำนักที่ชี้ตรงกันว่าคะแนนนิยมในตัวปธน.ทรัมป์กำลังลดลง
ยังไม่ชัดเจนว่าระยะเวลาของกระบวนการอิมพิชเมนต์ทั้งหมดจะดำเนินไปสิ้นสุดที่ตรงจุดไหนแต่ทว่าการกระชับแนวรบของเดโมแครตในครั้งนี้ผลจะเป็นเช่นไร โลกจะได้รู้กันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่กำลังจะขึ้นในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2020


