นักโบราณคดีพบซากศพเด็กถูกบูชายัญ227ร่างในเปรู
อารยธรรมชิมู มีถิ่นฐานอยู่ตามชายฝั่งเปรูจนถึงเอกวาดอร์ รุ่งเรืองในราวค.ศ. 900 แต่สาบสูญไปในปีค. ศ. 1475 หลังจากถูกยึดครองโดยจักรวรรดิอินคา
นักโบราณคดีในเปรูกล่าวว่า ค้นพบซากศพที่ถูกสังเวยในพิธีกรรมทางศาสนาจำนวน 227 ร่างที่ไซต์งานขุดค้นทางโบราณคดีแหล่งวัฒนธรรมชิมูยุคก่อนโคลัมเบียน (pre-Columbian Chimu culture) หรือวัฒนธรรมยุคก่อนการค้นพบทวีปอเมริกาโดยโคลัมบัส ซึ่งเป็นการค้นพบศพของเด็กที่ถูกบูชายัญครั้งใหญ่ที่สุด
นักโบราณคดีเผยว่าการค้นพบดังกล่าว อยู่จุดที่ใช้เป็นสถานที่ชาวชิมูใช้มนุษย์บูชายัญเพื่อสังเวยร่างแก่เทพเจ้าในเมืองวันชาโกเมืองท่องเที่ยวริมชายหาดทางตอนเหนือของกรุงลิมา โดยได้ทำการขุดค้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
เฟเรน กัสติลโย หัวหน้านักโบราณคดีกล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า สถานที่บูชายัญเด็กๆ แห่งนี้ มีขนาดที่ใหญ่ที่สุด และเผยว่า ว่าเด็กๆ มีอายุระหว่าง 4 - 14 ปี ถูกสังเวยชีวิตตามพิธีกรรมเพื่อบวงสรวงแก่เทพเจ้าของวัฒนธรรมชิมู ในช่วงที่พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนินโญ โดยพบหลักฐานบ่งชี้ว่าสภาพอากาศมีความชื้นสูงในช่วงที่มีการบูชายัญ
ซากของเด็กถูกพบในตำแหน่งที่หันหน้าไปทางทะเล บางคนยังมีผิวและเส้นผม กัสติลโย เสริมว่าอาจจะมีอีกมากที่ยังไม่ได้ขุดค้นพบ โดยนักโบราณคดีพบศพเด็กครั้งแรกที่สถานที่ขุดในย่านปัมปา ลา ครูซ ของเมืองวันชาโก ในเดือนมิถุนายนปี 2018 มีการค้นพบโครงกระดูกถึง 56 ชิ้น
ทั้งนี้ อารยธรรมชิมู มีถิ่นฐานอยู่ตามชายฝั่งเปรูจนถึงเอกวาดอร์ รุ่งเรืองในราวค.ศ. 900 แต่สาบสูญไปในปีค. ศ. 1475 หลังจากถูกยึดครองโดยจักรวรรดิอินคา


