
ที่ประชุม SEOM เห็นพ้องจัดทำคู่มือ รับมือใช้หุ่นยนต์ในภาคการผลิต
อาเซียนเตรียมระดมความคิดเห็นภาครัฐและเอกชน จัดทำคู่มือรับมือการใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิต มิ.ย.นี้ พร้อมไฟเขียวทำความตกลงยอมรับร่วม (MRA) ตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ เร่งเชื่อมต่อระบบแลกเปลี่ยนเอกสารนำเข้าส่งออกทางอิเล็กทรอนิกส์ ยันเพิ่มบทบาทอาเซียนปฏ
อาเซียนเตรียมระดมความคิดเห็นภาครัฐและเอกชน จัดทำคู่มือรับมือการใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิต มิ.ย.นี้ พร้อมไฟเขียวทำความตกลงยอมรับร่วม (MRA) ตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ เร่งเชื่อมต่อระบบแลกเปลี่ยนเอกสารนำเข้าส่งออกทางอิเล็กทรอนิกส์ ยันเพิ่มบทบาทอาเซียนปฏิรูป WTO ให้สำเร็จ เผยจะมีการรายงานให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจเดือนเม.ย.นี้
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึง ผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) ครั้งที่ 2/50 ระหว่างวันที่ 4-5 เม.ย.2562 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ไทยได้เดินหน้าผลักดันให้อาเซียนเตรียมความพร้อมรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (4IR) เพื่อรับมือการเข้ามามีบทบาทในกระบวนการผลิตสินค้าและบริการของระบบออโตเมชั่น หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ โดยกรมฯ ได้แจ้งที่ประชุมว่าจะร่วมกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนกำหนดจัดสัมมนาเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือ “AHEAD” (ASEAN Human Empowering And Development) ในวันที่ 21 มิ.ย.2562 ที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนของอาเซียนมาร่วมหารือ โดยผลการหารือจะใช้ประกอบการยกร่างคู่มือการเตรียมทรัพยากรมนุษย์รับมือ 4IR เพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในเดือนก.ย.2562 ต่อไป
ทั้งนี้ อาเซียนยังได้เห็นชอบการจัดทำความตกลงยอมรับร่วม (MRA) ผลการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของอาเซียน (ASEAN MRA on Type Approval for Automotive Products) ซึ่งเป็นประเด็นที่ค้างมานาน โดยอาเซียนได้ตกลงที่จะจำกัดขอบเขตของสินค้าผลิตภัณฑ์ยานยนต์ในความตกลงดังกล่าวให้ครอบคลุมเฉพาะผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ผลิตภายในอาเซียนเท่านั้น แต่ได้ตกลงให้ทบทวนเรื่องนี้ในปีที่ 4 หลังจากความตกลงมีผลใช้บังคับว่าจะมีการขยายขอบเขตไปถึงผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ผลิตนอกอาเซียนหรือไม่ โดยมอบให้คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานคุณภาพของอาเซียนและคณะทำงานด้านผลิตภัณฑ์และยานยนต์จัดทำถ้อยคำทางกฎหมายที่จะปรากฏในเอกสารความตกลงตามแนวทางที่อาเซียนสรุปกันต่อไป และตั้งเป้าให้มีการลงนามในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 ที่จะจัดขึ้นในเดือนก.ย.2562
สำหรับการเชื่อมต่อระบบการแลกเปลี่ยนเอกสารนำเข้าส่งออกสินค้าระหว่างอาเซียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ASEAN Single Window : ASW) ซึ่งขณะนี้ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย ได้เชื่อมต่อระบบดังกล่าวแล้ว ขณะที่บรูไน กัมพูชา และฟิลิปปินส์ อยู่ระหว่างทดสอบระบบ ส่วนเมียนมา และสปป.ลาว อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ ซึ่งได้แจ้งว่าจะดำเนินการเชื่อมต่อระบบกับอาเซียนอื่นให้เสร็จภายในปีนี้ โดยในเดือนเม.ย.2562 สปป.ลาว จะเปิดตัวระบบ National Single Window อย่างเป็นทางการ และในเดือนมิ.ย.2562 เมียนมาจะเริ่มเชื่อมต่อและทดสอบระบบกับประเทศในอาเซียน
ส่วนประเด็นการปฏิรูปองค์การการค้าโลก (WTO) ที่ประชุมเห็นว่าอาเซียนควรมีบทบาทเชิงรุกในเรื่องการปฏิรูป WTO โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่กลไกการระงับข้อพิพาททางการค้าของ WTO ใกล้จะหยุดชะงัก ซึ่งหากการหารือที่นครเจนีวาเพื่อปฏิรูปการทำงานของ WTO และแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่คืบหน้า จะส่งผลกระทบต่อระบบการค้าพหุภาคีที่ช่วยกำกับดูแลการค้าโลกในปัจจุบัน จึงขอให้อาเซียนหารือในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และหากเรื่องใดที่อาเซียนสามารถมีท่าทีหรือจัดทำเอกสารข้อเสนอร่วมกันได้ ก็ให้ผู้แทนของอาเซียนที่นครเจนีวาร่วมกันแสดงบทบาทเชิงรุกของอาเซียนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม อาเซียนจะนำผลการประชุม SEOM ในครั้งนี้ รายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในเดือนเม.ย.2562 ที่จังหวัดภูเก็ตต่อไป







