posttoday

3 ชาติอาเซียน ติดท็อป 10 โลจิสติกส์โลก

13 มีนาคม 2562

โลจิสติกส์ ธุรกิจดาวรุ่งของทศวรรษนี้ มี 3 ชาติอาเซียนที่ติดท็อป 10

เรื่อง ดุสิดา วรชาติเดชชัย

โลจิสติกส์ ธุรกิจดาวรุ่งของทศวรรษนี้ มี 3 ชาติอาเซียนที่ติดท็อป 10 ตลาดโลจิสติกส์เกิดใหม่ดาวรุ่งของโลกประจำปี 2019 โดยเวียดนามเฉือนไทย คว้าอันดับ 10

บริษัท Agility บริษัทด้านโลจิสติกส์ชั้นนำ ได้จัดอันดับตลาดโลจิสติกส์เกิดใหม่ของโลกประจำปี 2019 จากปัจจัยหลักที่นำมาใช้ในการจัดอันดับ 3 ประเภท ได้แก่ โอกาสด้านโลจิสติกส์ในประเทศ พิจารณาจากขนาดและการเติบโตของตลาดโลจิสติกส์ภายในประเทศ เศรษฐกิจ ประชากร รายได้ ความเป็นเมือง และการพัฒนากลุ่มธุรกิจในประเทศ

ถัดมาเป็นโอกาสด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ พิจารณาจากขนาดและการเติบโตของตลาดโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐานและความการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคม รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร

ปัจจัยสุดท้าย คือพื้นฐานทางธุรกิจของประเทศนั้นๆ พิจารณาจากกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ การต่อต้านคอร์รัปชั่น อัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางการเงิน อัตราการเกิดอาชญากรรม และการเข้าถึงตลาด

ผลการจัดอันดับ พบว่า จีนเป็นตลาดโลจิสติกส์อันดับ 1 ที่มีศักยภาพรองรับความต้องการของตลาดโลกในอนาคต จากจำนวนประเทศทั้งหมด 50 ประเทศ ด้วยคะแนน 8.87 รองลงมาเป็นอินเดีย 7.39 คะแนน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 6.16 คะแนน โดยสาเหตุที่ทำให้จีนเป็นตลาดโลจิสติกส์ ที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากศักยภาพของตลาดในประเทศที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาซัพพลายเชนให้มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงถึงพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

อีกทั้งจีนยังเป็นผู้นำด้านธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ จากการประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba และ JD.com

ทั้งนี้ ในบรรดาประเทศ 10 อันดับแรก มีประเทศจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดอันดับด้วยกันทั้งหมด 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ในอันดับที่ 4 จากคะแนนรวม 6.09 คะแนน ด้วยศักยภาพในการเป็นตลาดการขนส่งทางทะเลขนาดใหญ่ในภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาตลาดอี-คอมเมิร์ซของอินโดนีเซียที่ได้ Alibaba เข้ามาลงทุน และผลจากการที่รัฐบาลอินโดนีเซียผ่อนผันกฎระเบียบต่อนักลงทุนชาวต่างชาติในภาคส่วนต่างๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งธนาคารโลกคาดการณ์ว่าในอนาคตการลงทุนในภาคส่วนโลจิสติกส์ของอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้นถึง 25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

ตามด้วย มาเลเซีย ในอันดับที่ 5 ด้วยคะแนน 6.00 จากเป้าหมายที่มาเลเซียต้องการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน ผลักดันให้เกิดการปรับปรุงและขยายท่าเรือ เครือข่ายถนน และระบบสารสนเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องของมาเลเซีย รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรในสายงานด้านโลจิสติกส์ให้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งจะมีปริมาณแรงงานด้านโลจิสติกส์มากขึ้นถึง 1.61 แสนคนภายในปี 2022

และเวียดนาม ในอันดับที่ 10 ด้วยคะแนน 5.48 ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นอย่างมากสำหรับปี 2019 เนื่องจากมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 19 ในปี 2018 กิจกรรมโลจิสติกส์ทั้งในและระหว่างประเทศของเวียดนามได้รับการพัฒนาและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการขนส่งทางทะเลที่มีเครือข่ายท่าเรือกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ และสามารถรองรับตู้สินค้าได้มากถึง 11 ล้านทีอียู/ปี และคาดการณ์ว่าการขนส่งทางทะเลของเวียดนามจะเพิ่มขึ้นถึง 15.3% ภายในปี 2022

สำหรับไทยในปีนี้ได้รับการจัดอันดับที่อันดับ 11 ด้วยคะแนน 5.47 จากอันดับที่ 15 ในปี 2018 จากการที่ไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อมด้านตลาดโลจิสติกส์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีตัวเลขการส่งออกที่น้อยลงในช่วงปลายปี 2018 แต่โดยรวมแล้วยังมีโอกาสสำหรับการลงทุนด้านโลจิสติกส์ จากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบขนส่งที่เชื่อมโยงการขนส่งทุกรูปแบบ ภายใต้โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อาทิ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นต้น

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผู้เล่นหลักของโลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและความท้าทายรอบด้าน ข้อมูลรายงานการจัดอันดับตลาดโลจิสติกส์เกิดใหม่ของโลกประจำปี 2019 แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจลงทุนในประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ในเวทีโลก ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตในทิศทางที่ดีไปอย่างน้อยอีก 5 ปีข้างหน้า คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุน

ข่าวล่าสุด

คตร. จี้โรงกลั่นคืนกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน ชงครม. 6 เม.ย.นี้