
ดันไทยฮับขนส่ง
ไทยฮับขนส่งระดับโลก เชื่อมรถไฟความเร็วสูง-มอเตอร์เวย์ รับสินค้าจีนทะลัก 10 ล้านตู้
โพสต์ทูเดย์ - ไทยฮับขนส่งระดับโลก เชื่อมรถไฟความเร็วสูง-มอเตอร์เวย์ รับสินค้าจีนทะลัก 10 ล้านตู้
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยในงานนิทรรศการยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งไทยระยะ 20 ปี ว่า แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงการลงทุนก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงคมนาคมนั้น จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งภูมิภาคอาเซียนและเทียบชั้นระดับโลก
“ขณะนี้ประเทศไทยกำลังจะมีสถานีกลางที่ใหญ่สุดในอาเซียนพร้อมย่านธุรกิจการค้าแลนด์มาร์คใหม่ของเมืองหลวงคือสถานีกลางบางซื่อบนพื้นที่ 2.64 แสน ตร.ม. เปิดบริการในปี 2564 เชื่อมต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงไปยัง 4 ทิศทางของประเทศตามแผนในอนาคต ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.หนองคาย จ.ระยอง และ ปาดังเบซาร์ ติดด่านสะเดา จ.สงขลา” นายไพรินทร์ กล่าว
นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังจะพัฒนาโครงการมอเตอร์เวย์เชื่อมโยงทุกทิศทางไปยังด่านชายแดนต่างๆ ขณะนี้ได้เร่งรัดมอเตอร์เวย์รัศมี 200 กม.รอบเมืองหลวง ได้แก่ สายบางปะอิน-นครราชสีมา สายบางใหญ่-กาญจนบุรี และสายพัทยา-มาบตาพุด หากพัฒนาแล้วเสร็จจะทำให้โครงข่ายถนนของประเทศเทียบชั้นระดับโลก ไม่แตกต่างจากออโต้บาห์นของเยอรมนีและโครงข่ายมอเตอร์เวย์ในจีน ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนน เพราะจากการเก็บสถิติในประเทศพบว่าถนนระบบปิดจะมีอัตราการตายที่ต่ำกว่าถนนทั่วไปมาก
นายไพรินทร์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยกำลังจะมีท่าเรือที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน คือท่าเรือแหลมฉบัง ขณะนี้เตรียมลงทุนเฟส 3 เพื่อขยายการรองรับสินค้าจาก 8 ล้าน TEUs ต่อปี เป็น 18 ล้าน TEUs ต่อปี ตนมองว่าปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นนั้นจะมาจากฝั่งประเทศจีนขนส่งผ่าน สปป.ลาว มายังท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้นจึงมีแผนพัฒนาท่าเรือบกตามแนวรถไฟทางคู่และการต่อขยายรถไฟทางคู่สายอีสาน-อีอีซี รวมถึงทางคู่ช่วงชุมพร-ระนอง วงเงินราว 2 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ได้บรรจุเข้าวาระที่ประชุม ครม.แล้ว เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งระหว่างท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือ จ.ระนอง ซึ่งในอนาคตจะเป็นประตูสู่การค้ากับกลุ่มประเทศในอ่าวเบงกอล (BIMSTEC)
ทั้งนี้ จะเร่งแผนโครงการศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือ (SRTO) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง วงเงิน 3,000 ล้านบาท รองรับสินค้าจากรถไฟทางคู่ได้ 2 ล้าน TEUs ต่อปี และในอนาคตจะมี SRTO เฟส 2 เพื่อรองรับสินค้าได้เพิ่มขึ้นอีก 200-250% หรือราว 6-7 ล้าน TEUs ต่อปี เช่นเดียวกับแผนพัฒนาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 4 ในอนาคตภายหลังจากเฟส 3 เปิดใช้บริการหมดแล้ว
นายไพรินทร์ กล่าวว่า ในปีนี้ กระทรวงคมนาคมจะมีการเปิดเวทีรับฟังความสนใจของภาคเอกชน (Market Sounding) ในการลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือเพื่อรองรับการเดินเรือชายฝั่ง โดยระยะแรกจะดำเนินการในเส้นทางเดินเรือ แม่น้ำป่าสัก-แม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะขยายไปสู่เฟส 2 คือแม่น้ำบางปะกง-แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการขนส่งทางน้ำมีต้นทุนถูกกว่าการขนส่งทางรางและการขนส่งทางบก







