posttoday
โอกาสลงทุนเวียดนาม

โอกาสลงทุนเวียดนาม

27 กุมภาพันธ์ 2562

หนึ่งในตลาดที่มีความน่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนชาวไทยภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรื่อง ดุสิดา วรชาติเดชชัย

หนึ่งในตลาดที่มีความน่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนชาวไทยภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขณะนี้คงจะหนีไม่พ้นเวียดนาม ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของปี 2561 ที่โตขึ้นมาเป็นร้อยละ 7.08 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 6.7 รวมถึงขนาดประชากรกว่า 94 ล้านคน เช่นเดียวกับจำนวนกลุ่มผู้มีรายได้ระดับปานกลางถึงสูง ซึ่งประกอบไปด้วยประชากรในวัยแรงงานเป็นส่วนใหญ่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ช่วยสนับสนุนให้เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการชาวไทยอย่างมาก

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและเวียดนาม ไทยมีสถานะเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของเวียดนาม รองจากจีน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น โดยไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในภูมิภาคนี้ ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงฮานอย ระบุว่า ในปี 2561 ไทยและเวียดนามมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 17,517 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 13.4 มีมูลค่าการนำเข้าจากเวียดนามอยู่ที่ 5,494 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3 ซึ่งภาคการส่งออกของเวียดนามเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ และมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดถึงร้อยละ 13.2 ในบรรดาตัวชี้วัดทั้งหมด

ด้านมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังเวียดนามที่ 12,023 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ซึ่งกรมศุลกากรเวียดนาม เปิดเผยว่า สินค้าหลักที่เวียดนามนิยมนำเข้าจากไทยเป็นอันดับ 1 ในปี 2561 ได้แก่ รถยนต์สำเร็จรูป มูลค่า 1,089.4 ล้านดอลลาร์ เติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุด ถึงร้อยละ 54.7 รองลงมาเป็นน้ำมันชนิดต่างๆ มูลค่า 991.6ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 และวัตถุดิบประเภทพลาสติก มูลค่า 971.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 35.1 ตามลำดับ

สำหรับสถานการณ์การลงทุนจากต่างชาติในปีที่แล้ว เวียดนามมีโครงการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมด 27,353 โครงการ โดยเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีเข้ามาลงทุนมากที่สุดในเวียดนามด้วยโครงการลงทุนจำนวน 7,549 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 62,567 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยญี่ปุ่นจำนวน 3,996 โครงการ มูลค่า 57,018 ล้านดอลลาร์ และสิงคโปร์จำนวน 2,159 โครงการ มูลค่า 46,623 ล้านดอลลาร์ ซึ่งประเทศดังกล่าวต่างเข้ามามีบทบาทโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่สำคัญในเวียดนาม โดยได้รับการอนุมัติในปีที่ผ่านมา อาทิ โครงการผลิตพอลิโพรไพลีนในจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่า ของบริษัท Hyosung Corporation จากเกาหลีใต้ โครงการ Smart City ในอำเภอโดงอาน กรุงฮานอย ของบริษัท Sumimoto Corporation จากญี่ปุ่น และโครงการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดเถื่อเทียน-เว้ ของบริษัท Laguna Vietnam จากสิงคโปร์

ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีการลงทุนสูงสุดของเวียดนามในปี 2561 ได้แก่ กรุงฮานอยที่มีมูลค่าการลงทุน 7,519 ล้านดอลลาร์ นครโฮจิมินห์ 5,948 ล้านดอลลาร์และจังหวัดไฮฟอง 3,093 ล้านดอลลาร์

ในขณะที่ไทยอยู่ในอันดับที่ 9 ของประเทศที่มีการลงทุนมากที่สุดในเวียดนามด้วยจำนวนทั้งหมด 528 โครงการซึ่งมักเป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูป การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์ โดยนักลงทุนรายใหญ่ของไทยในเวียดนาม เช่น กลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC Group) กลุ่มเซ็นทรัล บริษัท เอสซีจี กลุ่มบริษัท ไทย-ซีพี และบริษัท ดับบลิวเอชเออินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้มีโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมทางภาคกลางตอนเหนือของเวียดนาม ในเมืองวิงห์ จังหวัดเหงะอัน ภายใต้การดูแลของเขตอุตสาหกรรมด่งนาม ด้วยเงินลงทุนราว 1,000 ล้านดอลลาร์ คาดการณ์ว่าจะเริ่มเปิดใช้งานบางส่วนภายในปี 2562

พรรณกาญจน์ เจียมสุชน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย กล่าวภายในงานเสวนา “บริหารเงินอย่างไรในประเทศเวียดนาม” จัดขึ้นที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้เวียดนามมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านเศรษฐกิจ นับเป็นโอกาสดีและเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนชาวไทยและผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความสนใจเข้ามาบุกเบิกตลาดในเวียดนาม และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อรองรับความต้องการจำนวนมากจากตลาดแห่งนี้

โอกาสลงทุนเวียดนาม เครดิตภาพ: ดุสิดา วรชาติเดชชัย

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว