
ปั้นเมืองมรดกโลก สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการเติบโตของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการเติบโตของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการเรื่องนี้ ล่าสุดได้ร่วมมือกับองค์การยูเนสโก ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding - MoU) เพื่อร่วมกันทำงานเรื่องมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (Intangible Cultural Heritage) และเมืองสร้างสรรค์ (Creative Cities)
ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า การทำงานร่วมกับองค์การยูเนสโก เน้นมิติด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน การพัฒนาความเป็นอยู่ และความอยู่ดีมีสุขสำหรับชุมชนผ่านวัฒนธรรมชุมชน
ภายใต้เอ็มโอยูฉบับนี้จะดำเนินการผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เน้นพัฒนาและสร้างเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ที่เป็นมรดกโลก มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และเมืองสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นผลผลิตที่สำคัญจากการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและมีคุณค่าในเชิงวัฒนธรรม พื้นที่ดำเนินงานเบื้องต้นจะอยู่ในพื้นที่พิเศษของ อพท. เช่น เมืองเก่าน่าน เมืองโบราณอู่ทอง และอุทยานประวัติ ศาสตร์สุโขทัย ก่อนที่จะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ
สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และเมืองโบราณอู่ทอง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของนครประวัติศาสตร์พระนครศรี อยุธยา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเรียบร้อยแล้ว ส่วนเมืองเก่าน่าน อยู่ระหว่างดำเนินการขึ้นทะเบียน
อย่างไรก็ตาม การขึ้นทะเบียนมรดกโลกส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด เช่น เมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนาม ภายหลังการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2542 ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 1 ล้านคนในปี 2550 แต่ก็มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพของแหล่งท่องเที่ยวด้วย ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการอย่างถูกต้องเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน
“ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากทั้งสององค์กร เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับชุมชนท้องถิ่นจึงขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างกันภายใต้เอ็มโอยูฉบับนี้ เพื่อร่วมยกระดับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในพื้นที่พิเศษของ อพท. ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก” ทวีพงษ์ กล่าว
สำหรับ อพท.กับยูเนสโก เคยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ไปฉบับหนึ่งแล้ว เมื่อปี 2557 เพื่อร่วมผลิตมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในเรื่องมรดกโลก (Cultural Heritage Specialist Guides for the Historic Town of Sukhothai and Associated World Heritage Sites) ภายใต้แนวคิด Co-Creation ซึ่งเป็นกระบวนการดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม
“การลงนามเอ็มโอยูครั้งใหม่นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์โอกาสใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นก้าวสำคัญระหว่างทั้งสองหน่วยงานในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่จะร่วมมือกันเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ โดยใช้ทรัพยากร ความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ ผลักดันให้ประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ”
ชิเกรุ โอยากิ (Shigeru Aoyagi) ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า องค์การยูเนสโก จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานช่วยเหลือภารกิจขององค์การสหประชาชาติเพื่อรักษาสันติภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกันผ่านการศึกษา วิทยาศาสตร์ การสื่อสาร และข้อมูล ซึ่งสามารถเข้ามาเสริมและเพิ่มเติมการทำงานให้แก่ อพท. ในเรื่องการพัฒนาชุมชนจากองค์ความรู้ที่เรามีและยินดีที่จะถ่ายทอดให้เพื่อเป้าหมายความอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ







