posttoday
เวียดนาม ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด

เวียดนาม ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด

10 มกราคม 2562

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลเวียดนาม

เรื่อง ปิยนุช ผิวเหลือง

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลเวียดนาม มุ่งส่งเสริมการชำระเงินออนไลน์ โดยวางเป้าหมายต้องการให้ธุรกรรมไร้เงินสดใช้ได้กับการชำระค่าสาธารณูปโภคทั้งหมดภายในสิ้นปี 2562 นี้

จากนโยบายดังกล่าว รัฐบาลเวียดนามจึงได้พัฒนาความสามารถในการแข่งขันและผลิตภาพแรงงานเพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ธุรกรรมไร้เงินสด โดยผู้นำส่วนภูมิภาคและเทศบาลในเวียดนามได้รับมอบหมายให้มีการชี้แนะกับโรงเรียนและโรงพยาบาลทั้งหมด รวมทั้งการไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล การโทรคมนาคม และบริษัทไปรษณีย์หลายแห่งในเขตตัวเมืองให้มีการประสานกับธนาคารและคนกลางในการให้บริการชำระเงินในการเรียกเก็บเงินและค่าธรรมเนียมผ่านธุรกรรมไร้เงินสด

ขณะเดียวกันรัฐบาลเวียดนามได้เสนอแนะให้สถานประกอบการใช้การชำระเงินผ่านมือถือและการชำระเงินผ่านเครื่องอ่านบัตร ซึ่งตั้งเป้าว่าต้องเสร็จสิ้นก่อนเดือน ธ.ค. 2562 โดยจากสถิติของธนาคารโลก ระบุว่า เวียดนามมีธุรกรรมไร้เงินสดอัตราที่ต่ำที่สุดในภูมิภาค คิดเป็น 4.9% เท่านั้น

เมื่อรัฐบาลกลางประกาศนโยบายชัดเจน ในการก้าวสู่สังคมไร้เงินสด หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลทุกหน่วยงานต่างเร่งยกระดับการให้บริการ พบว่าการไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity:EVN) วางเป้าหมายปี 2562 เพิ่มจำนวนลูกค้าที่ชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เป็น 2 เท่าจากเดิม เช่นเดียวกับธนาคารแห่งเวียดนาม (The State Bank of Vietnam : SBV) ส่งเสริมการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อผู้ใช้บริการฝากเงินเข้าไปในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอลเล็ต) ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารอีกต่อไป

แน่นอนว่าเมื่อส่งเสริมการชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ความปลอดภัยของการทำธุรกรรมยิ่งต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นธนาคารกลางเวียดนาม พยายามกำจัดการกระทำความผิดผ่านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการบังคับให้ธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการชำระเงิน ต้องดำเนินการตามรหัสมาตรฐาน QR และต้องทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อจัดทำรายการประเภทของธุรกรรมที่ต้องทำผ่านธนาคาร ตลอดจนแก้ไขกฎระเบียบเดิมที่มีอยู่ เพื่อส่งเสริมการชำระเงินแบบไร้เงินสด

ขณะที่นโยบายลดการใช้เงินสดของเวียดนาม รัฐบาลได้เร่งดำเนินการตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ผ่านการอนุญาตให้ธนาคาร HDBank, PVcomBank, ACB, SeABank และ VIB ดำเนินธุรกิจอี-วอลเล็ตได้ โดยผู้ให้บริการอี-วอลเล็ตในประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่ามีกลุ่มผู้ใช้งานประมาณ 10 ล้านคนในประเทศเวียดนาม (อ้างอิงข้อมูล ณ เดือน ต.ค. 2561) ซึ่งยังถือว่าเป็นจำนวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพตลาดของเวียดนาม

นอกจากนี้ จนถึงช่วงสิ้นเดือน ส.ค. 2561 ธนาคารกลางเวียดนาม ได้อนุญาตให้สถาบันการเงินที่ไม่ใช้ธนาคารให้บริการ อี-วอลเล็ตได้ จำนวน 27 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารต่างชาติ อาทิ MoMo, Bankplus, Vi Viet, VTC Pay, WePay, Vimo, เหงิน เหลื่อง และ Payooเป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการ อี-วอลเล็ตในปัจจุบัน ได้เริ่มต้นเสนอบริการอื่นๆทั้งการให้สินเชื่อ เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น MoMo ได้ร่วมมือกับธนาคารชินฮัน (Shinhan Bank) เมื่อเดือน ต.ค. 2561 เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารเกาหลีใต้ได้โดยตรง ซึ่งผู้ใช้บริการ MoMo สามารถส่งใบสมัครขออนุมัติสินเชื่อไปยังธนาคารชินฮัน ผ่านแอพพลิเคชั่น MoMo อี-วอลเล็ต และรอการอนุมัติ ซึ่งเป็นประเภทสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค โดยบริการดังกล่าวช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนการขอสินเชื่อ ประหยัดเวลาและทรัพยากร

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลเวียดนามเร่งผลักดัน ไปสู่เป้าหมายการชำระค่าสาธารณูปโภคผ่านออนไลน์ทั้งหมดภายในปี 2562 ใต้เป้าหมายใหญ่ที่ต้องการลดการใช้เงินสด 10% ของธุรกรรมการเงินในประเทศทั้งหมด ภายในปี 2563 นี้

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน