
‘ไอจุ่ก’บุกจีน ชิงตลาดผลไม้ 8,000 ล้าน
การทำธุรกิจทุกวันนี้จำเป็นต้องมีเครือข่าย ยิ่งเครือข่ายแข็งแรง พันธมิตรแข็งแกร่ง การบุกตลาดก็เป็นไปได้ง่ายขึ้น
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
การทำธุรกิจทุกวันนี้จำเป็นต้องมีเครือข่าย ยิ่งเครือข่ายแข็งแรง พันธมิตรแข็งแกร่ง การบุกตลาดก็เป็นไปได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับบริษัท กัลยาณมิตร 68 ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนที่สนใจในด้านการทำธุรกิจยุคใหม่ อาศัยความเชี่ยวชาญของพันธมิตรแต่ละด้านในการสร้างธุรกิจ
ธนรัตน์ สิริอร่ามสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลยาณมิตร 68 เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้าน พัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ “ไอจุ่ก” (I-JOOK) ที่สร้างความแตกต่างด้วย
กรรมมวิธี IQF (Individual Quick Freezing) หมายถึง อาหารแช่เยือกแข็ง (Frozen Food) ซึ่งผ่านกระบวนการแช่เยือกแข็ง (Freezing) อย่างรวดเร็ว โดยอาหารแต่ละชิ้นสัมผัสกับตัวกลางที่ให้ความเย็นโดยตรง การเกิดผลึกน้ำแข็ง (Ice Crystal Formation) ได้ผลึกขนาดเล็กทั่วไปในชิ้นของอาหาร ทำให้อาหารมีคุณภาพดี และมีรสชาติคงเดิม อาหารแช่เยือกแข็งมีลักษณะแยกจากกันเป็นชิ้นๆ ไม่เกาะกันเป็นก้อน อาหารที่นิยมแช่เยือกแข็งแบบไอคิวเอฟ ได้แก่ กุ้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ที่หั่นเป็นชิ้น หรือที่มีขนาดเล็ก
สำหรับแบรนด์ “ไอจุ่ก” นั้น วางเป้าหมายบุกตลาดจีนเป็นหลัก เนื่องจากความนิยมในผลไม้ไทยของคนจีน และยังมีโอกาสทางการตลาดสูงมาก ด้วยจำนวนประชากรจีนกว่า 1,500 ล้านคน โดยตลาดส่งออกผลไม้ไทยไปจีนมีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท
“แม้ตลาดจีนจะมีคู่แข่งจำนวนมาก แต่ก็มีโอกาสสูง ซึ่งเราอาศัยจุดแข็งของหุ้นส่วนแต่ละรายพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและทันสมัย ประกอบกับ
ส่วนตัวมีคอนเนกชั่นจากเพื่อนที่ทำธุรกิจในประเทศจีน ที่มีสายสัมพันธ์ตั้งแต่ทำธุรกิจของครอบครัว เชื่อมั่นว่าจะสามารถขยายตลาดในประเทศจีนได้ โดยหวังส่วนแบ่ง 1% จากตลาดส่งออกผลไม้ 8,000 ล้านบาท” ธนรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้วางแผนช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้ จะนำผลิตภัณฑ์ 3 ชนิดแรก ได้แก่ มะม่วง มังคุด และทุเรียน ไปเปิดตลาดที่ประเทศจีนด้วยการไปออกงานแฟร์ที่ชื่อ FHC 2018 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่รวมแฟร์เกี่ยวกับธุรกิจอาหารเป็นอันดับ
ต้นๆ ของโลก ซึ่งจะมีการจับคู่ธุรกิจ
รวมทั้งมีการโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงมีการติดต่อบล็อกเกอร์จีน ที่จะช่วยเป็นสื่อกลางในการโปรโมทสินค้าให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว โดยใช้งบการตลาดเบื้องต้น 5 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังวางตำแหน่งของสินค้าอย่างชัดเจน เน้นกลุ่มคนรักสุขภาพ เช่น พวกมังสวิรัติ และกลุ่มวีแกน เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ของจีนที่หันมาใส่ใจสุขภาพและทานอาหารมังสวิรัติมากขึ้น ที่สำคัญได้ชูจุดเด่นของแบรนด์ “ไอจุ่ก” ที่มีสัญลักษณ์เป็น “ไอ้จุก” เน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทย ที่ใครเห็นก็ต้องจดจำได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย แสดงถึงความเป็นวัฒนธรรมของไทยได้อย่างชัดเจน
ปัจจุบัน สินค้าภายใต้แบรนด์
“ไอจุ่ก” ได้ผ่านการรับรองผลิตภัณฑ์ อย.ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการขอ อย.ของประเทศจีน รวมไปถึงพวกภาษีต่างๆ เพราะทางจีนค่อนข้างเข้มงวด ซึ่งไม่น่าเป็นห่วง เพราะเรามีพันธมิตรที่เป็นคนจีนช่วยเหลือ และมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคชาวจีน
“ที่สำคัญเราเชื่อมั่นในคุณภาพ
ของสินค้า ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และเชื่อว่าเอสเอ็มอี แบรนด์ ไอจุ่ก ก็จะสามารถเติบโตต่อไปได้ในตลาดโลกต่อไปในอนาคต” ธนรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย







