
จีนขึ้นดอกฯสกัดเงินเฟ้อ
ผวาราคาอสังหาฯทะยานพุ่งสูง เวิลด์แบงก์อัดสหรัฐก่อปัญหา
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารกลางจีนปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี ส่วนธนาคารโลกสวดสหรัฐใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตัวเองแต่กลับปล่อยให้กระแสทุนไหลออกสร้างสารพัดปัญหาในเอเชียรอยเตอร์สรายงานว่า ธนาคารกลางจีนประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ขึ้นอย่างละ 0.25% ทำให้ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นมาอยู่ที่ 5.56% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 2.5%
รายงานระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เพื่อรับมือกับภาวะของราคาสินทรัพย์ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น รวมทั้งปัญหาภาวะเงินเฟ้อ
อัตราเงินเฟ้อของจีนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน ก.ค. อยู่ที่ 3.3% ส.ค. อยู่ที่ 3.5% และ ก.ย. อยู่ที่ 3.6%
ด้านธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ออกโรงประณามสหรัฐปล่อยให้กระแสทุนทะลักไปยังเอเชียโดยไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้เอเชียกระอักวิกฤตค่าเงิน
วิกรม เนห์รูป หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของเวิลด์แบงก์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงโตเกียวว่า เวิลด์แบงก์ได้เห็นความพยายามของหลายชาติกำลังพัฒนาในเอเชียที่ต้องจัดการกับกระแสทุนที่หลั่งไหลเข้ามายังเอเชียอันเป็นผลมาจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินในสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลต่างๆ ในเอเชียตะวันออกจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการที่เพียงพอเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ความผิดพลาดจะไม่ซ้ำรอยเมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อทศวรรษก่อน
ในครั้งนี้ หัวหน้าคณะนักเศรษฐ ศาสตร์ของเวิลด์แบงก์ได้นำเสนอรายงานครึ่งปีฉบับล่าสุด ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่จะเรียกร้องให้บรรดาผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ และการเงินของเอเชีย ต้องเรียนรู้ถึงบทเรียนจากเมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งในครั้งนี้ กระแสการไหลบ่าของทุนที่เข้ามายังเอเชียนั้นได้ทำให้เกิดภาวะพองตัวขึ้นในราคาอสังหาริมทรัพย์ และหลักทรัพย์ต่างๆ ก่อนที่ฟองสบู่นั้นจะแตกลง
ท่าทีของเวิลด์แบงก์ในครั้งนี้ สอดคล้องกับเสียงโต้แย้งจากจีน และหลายชาติในเอเชียที่ว่า การดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของสหรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระตุ้นการส่งออก ได้ทำให้เกิดกระแสทุนไหลบ่าเข้ามายังตลาดเกิดใหม่ในเอเชียอย่างหนักและต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่ กระทบต่อศักยภาพการส่งออก และทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นในประเทศเหล่านี้







