
จีนสั่งแบงก์ใหญ่เพิ่มสำรองทุน
หวั่นแบงก์ปล่อยกู้ใหม่มากเกิน ยันปฏิรูปหยวนไม่ได้ทำให้แข็ง
โพสต์ทูเดย์
— จีนสั่ง 6 แบงก์ใหญ่เพิ่มสำรองทุน ควบคุมการปล่อยกู้ใหม่ หวั่นเงินเฟ้อทะลุ ฟองสบู่ทะลัก ยันการปฏิรูปเงินหยวนไม่ได้หมายความว่าเงินหยวนต้องแข็งค่าขึ้นจีนออกคำสั่งให้ธนาคารรายใหญ่บางแห่งเพิ่มทุนสำรองขึ้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อควบคุมการปล่อยกู้ที่มากเกินไป และยังแก้ปัญหาภาวะเงินเฟ้อที่กำลังถีบตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนอาจกลายเป็นภาวะฟองสบู่ขึ้น
ธนาคารกลางจีนได้สั่งให้ธนาคาร รายใหญ่ 6 แห่ง ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชย์จีน ธนาคารเพื่อการก่อสร้าง ธนาคารเพื่อการเกษตรจีน และธนาคารแบงก์ออฟไชนา ส่วนอีก 2 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารไชนา เมอร์ชัน แบงก์ และธนาคารมินเซ็ง แบงกิง คอร์ป โดยทั้งหมดจะต้องเพิ่มทุนขึ้นไปอยู่ที่ 14.5% ภายในระยะเวลา 2 เดือนนี้
ทั้งนี้ ถือว่าเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันแล้วในปีนี้ที่จีนได้สั่งให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มทุนสำรองเพื่อควบคุมการปล่อยกู้ใหม่ๆ และเพื่อป้องกันภาวะฟองสบู่ที่อาจจะเกิดขึ้นในหลายภาคเศรษฐกิจของจีน
เอเอฟพี รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ความเคลื่อนไหวนี้ของธนาคารจีนนั้นก็เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งมีระดับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาด้วย
ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานี้ 4 ธนาคารใหญ่ในจีนได้ปล่อยกู้ใหม่อีกกว่า 2 แสนล้านหยวนทีเดียว โดยทางการจีนคาดว่าในปีนี้จีนจะมียอดการปล่อยกู้ทั้งหมด 7.5 ล้านล้านหยวน ลดลงจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 9.6 ล้านล้านหยวน
วันเดียวกัน คณะกรรมการกำกับดูแลแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศของจีนได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ ระบุว่า การปฏิรูปค่าเงินหยวนนั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นตามที่ประเทศโลกตะวันตกเข้าใจ
“
การปฏิรูปอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนไม่ได้หมายถึงการแข็งค่าขึ้น นักลงทุนในตลาดควรจะทำความคุ้นเคยกับแนวโน้มของการผันแปร 2 ทางในอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน” แถลงการณ์ระบุ






