posttoday
ค่าเงินปัญหานี้ยาว

ค่าเงินปัญหานี้ยาว

08 ตุลาคม 2553

ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ เพิ่งประกาศลดดอกเบี้ยไปเมื่อ 3 วันก่อน จากเดิมที่ 0.1% ไปอยู่ที่ 0-0.1%

ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ เพิ่งประกาศลดดอกเบี้ยไปเมื่อ 3 วันก่อน จากเดิมที่ 0.1% ไปอยู่ที่ 0-0.1%

โดย...ธนพล ไชยภาษี

ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ เพิ่งประกาศลดดอกเบี้ยไปเมื่อ 3 วันก่อน จากเดิมที่ 0.1% ไปอยู่ที่ 0-0.1% เป็นการลดดอกเบี้ยท่ามกลางกระแสกดดันทางการเมืองให้บีโอเจเร่งทำอะไรสักอย่าง เพื่อแก้ปัญหาค่าเงินเยนแข็งมาตลอดตั้งแต่เมื่อราวต้นปี อันเป็นผลพวงจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนยวบยาบมาเรื่อยๆ ทำเอาบรรดาภาคธุรกิจของญี่ปุ่นที่เพิ่งค้าขายในต่างประเทศได้รับผลกระทบถ้วนหน้า ซึ่งเมื่อผลกำไรนำมาแลกเปลี่ยนกลับเป็นเงินเยนเหลือน้อยนิดเดียว

การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ ถือว่าเป็นอีกความพยายามสกัดทุนไม่ให้ไหลเข้าไปในญี่ปุ่นอีก ซึ่งจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น และเมื่อดูจากแนวโน้มแล้วก็คาดว่า ญี่ปุ่นจะคงดอกเบี้ยครั้งนี้นานไปอีก 23 ปีทีเดียว เพราะอย่างน้อยกว่าเงินดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่าขึ้นนั้นก็ไม่น่าจะใช่เร็วๆ นี้แน่นอน

จะว่าไปแล้ว ค่าเงินทั่วเอเชียแข็งค่ากันระนาว อันมีสาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่มีปัจจัยมาจากสาเหตุสำคัญเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

นั่นคือปัญหาการขาดดุลงบประมาณในสหรัฐที่กำลังเรื้อรังไม่แพ้ยุโรป และดูเหมือนว่าสหรัฐจะยังไม่เร่งแก้ปัญหานี้โดยเร็วด้วย เห็นได้จากท่าทีล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ที่ส่งสัญญาณเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่อีก ถ้าหากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจลุงแซมยังไม่กระเตื้องเหมือนที่เป็นมา

มาดูตัวเลขในสหรัฐ ในปี 2010 รัฐบาลสหรัฐขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ 10.64% ของจีดีพีทั้งหมดของประเทศซึ่งอยู่ที่ 14.623 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หากบอกว่าปัญหาหนี้ของกรีซนั้นวิกฤตอย่างหนัก ก็บอกว่าสหรัฐเองก็ไม่แพ้กัน เพราะกรีซขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 13% ของจีดีพี

ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่หวั่นกลัวกันนั้น ปัญหาหนึ่งคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลง และอีกปัญหาสำคัญก็คือ การขาดดุลงบประมาณของภาครัฐทั้งในยุโรปและสหรัฐ ซึ่งว่ากันตามตรงการขาดดุลที่ว่า ประกอบกับภาวะดอกเบี้ยต่ำในยุโรปและสหรัฐ ทำให้มีการนำเงินมาพักในเอเชียมากขึ้น ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อค่าเงินในเอเชีย ที่กำลังเจอกับปัญหาเงินแข็งค่าไม่เพียงแต่ญี่ปุ่นเท่านั้น

อย่างในอาเซียนเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกทั้งสิ้น รวมทั้งไทยก็เจอปัญหาค่าเงินกันถ้วนหน้า เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงมากกว่า 4% ไปแล้วเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์, อ่อนตัวลงมากกว่า 8% เมื่อเทียบกับเงินริงกิตมาเลเซีย, อ่อนตัวลงมากกว่า 4% เมื่อเทียบกับรูเปียห์อินโดนีเซีย, ลดลงมากกว่า 3% เมื่อเทียบกับเปโซฟิลิปปินส์ และอ่อนตัวลงมากกว่า 6% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาท

และแน่นอนที่สุดครับ ปัญหานี้จะยังอยู่ไปอีกนาน ตราบใดที่การฟื้นตัวในยุโรปและสหรัฐยังไม่กลับมา ดอกเบี้ยในยุโรปและสหรัฐยังไม่ฟื้นขึ้นมา

เศรษฐกิจทั่วโลกผูกพันกันไปหมด อเมริกา ยุโรปฟุบ เอเชียก็หายใจไม่สะดวกล่ะครับ

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท