posttoday
เปิดฉากประชุมอาเซม-จับตาท่าทีจีน-ญี่ปุ่น

เปิดฉากประชุมอาเซม-จับตาท่าทีจีน-ญี่ปุ่น

04 ตุลาคม 2553

อียูเตรียมย้ำจุดยืนในเวทีโลก-เปิดม่านเอฟทีเออียูและเกาหลีใต้จับตาท่าทีผู้นำจีนและญี่ปุ่น ผู้นำยุโรปและเอเชียจะพบปะหารือในเวทีอาเซมในวันนี้ (4 ต.ค.) เป็นวันแรก โดยจะมุ่งเน้นการเจรจาในด้านการค้า การปฎิรูปกิองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นประเด็นสำคัญ แต่ทว่าการประชุมดังกล่าวจะอยู่ภายใต้บรรยากาศความตึงเครียดของสองประเทศยักษ์ในเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่น แน่นอนว่า ท่าทีของนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีน และนาโอโตะ คัง ของญั่ปุ่นจะเป็นที่จับตามอง และอาจจะเบียดบังประเด็นสำคัญในการประชุมร่วมในครั้งนี้ก็เป็นได้ ทั้งนี้ ต้นตอความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเกิดขึ้นจากกรณีที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้การจับคุมตัวไต้ก๋งเรือชาวจีน หลังจากที่เรือประมงจีนแล่นเข้าชนเรือลาดตระเวนของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ในพื้นที่พิพาทบริเวณทะเลจีนตะวันออก แม้ว่าในขณะนี้ญี่ปุ่นได้ปล่อยตัวลูกเรือ และไต้ก๋งกลับสู่ประเทศจีนแล้ว แต่ความตึงเครียดของทั้งสองประเทศยังคงเป็นประเด็นร้อน อีกทั้งรัฐบาลปักกิ่งก็ประกาศระงับการพูดคุย ติดต่อแลกเปลี่ยนในระดับสูงกับญี่ปุ่น ผู้ทั้ง 48 ปร

อียูเตรียมย้ำจุดยืนในเวทีโลก-เปิดม่านเอฟทีเออียูและเกาหลีใต้จับตาท่าทีผู้นำจีนและญี่ปุ่น
 
ผู้นำยุโรปและเอเชียจะพบปะหารือในเวทีอาเซมในวันนี้ (4 ต.ค.) เป็นวันแรก โดยจะมุ่งเน้นการเจรจาในด้านการค้า การปฎิรูปกิองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นประเด็นสำคัญ แต่ทว่าการประชุมดังกล่าวจะอยู่ภายใต้บรรยากาศความตึงเครียดของสองประเทศยักษ์ในเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่น
 
แน่นอนว่า ท่าทีของนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีน และนาโอโตะ คัง ของญั่ปุ่นจะเป็นที่จับตามอง และอาจจะเบียดบังประเด็นสำคัญในการประชุมร่วมในครั้งนี้ก็เป็นได้
 
ทั้งนี้ ต้นตอความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเกิดขึ้นจากกรณีที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้การจับคุมตัวไต้ก๋งเรือชาวจีน หลังจากที่เรือประมงจีนแล่นเข้าชนเรือลาดตระเวนของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ในพื้นที่พิพาทบริเวณทะเลจีนตะวันออก
 
แม้ว่าในขณะนี้ญี่ปุ่นได้ปล่อยตัวลูกเรือ และไต้ก๋งกลับสู่ประเทศจีนแล้ว แต่ความตึงเครียดของทั้งสองประเทศยังคงเป็นประเด็นร้อน อีกทั้งรัฐบาลปักกิ่งก็ประกาศระงับการพูดคุย ติดต่อแลกเปลี่ยนในระดับสูงกับญี่ปุ่น
 
ผู้ทั้ง 48 ประเทศจะพบกันที่พระราชวังในกรุงบรัสเซลส์ในวันที่ 4-5 ต.ค. ส่วนในวันที่ 6 ต.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมอาเซมครั้งที่ 8 จะเป็นเวทีแยก โดยจะมีการพบกันของผู้นำยุโรปแลผู้นำของเกาหลีใต้และจีน
 
ด้านนักวิเคราะห์หลายท่านมองว่า การประชุมถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชีย ขณะที่อียูก็พยายามย้ำถึงบทบาทของตนในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีบทบาทหลักรายหนึ่งของโลก
 
"อียูต้องใช้การประชุม เพื่อที่จะส่งสัญญาณว่า อียูไม่ได้กำลังลดความสัมพันธ์หรือบทบาทในเวทีโลกอย่างที่บางประเทศในเอเชียได้กล่าวไว้" ซาดา อิสลาม ผู้บริการระดับสูงของศูนย์นโยบายแห่งยุโรปกล่าว
 
นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ทางอียูจะลงนามสัญญาการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับทางเกาหลีใต้ ซึ่งหวังว่าจะตัดริบบิ้นเปิดฉากเอฟทีเอของสองภูมิภาคได้เป็นอย่างดี และนำมาสู่การลงนามเอฟทีเอกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียต่อไป
 
ส่วนประเด็นที่อียูกำลังกังวลและตระเตรียมพูดคุยอย่างจริงจังกับจีนคือ เรื่องของสิทธิมนุษยชนในจีน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก