
"Social Movement" ท้าชิงกลุ่มบุคคลแห่งปี
การเคลื่อนไหวจากสังคมติดโผในระดับตัวเต็งชิงตำแหน่งบุคคลแห่งปี 2017 ของนิตยสาร TIME
การเคลื่อนไหวจากสังคมติดโผในระดับตัวเต็งชิงตำแหน่งบุคคลแห่งปี 2017 ของนิตยสาร TIME
ไม่จำกัดแค่เวทีนางงามโลก การเคลื่อนไหวหรือการผลักดันจากสังคม หรือ Social Movement ติดโผในระดับตัวเต็งชิงตำแหน่งบุคคลแห่งปี 2017 ของนิตยสาร TIME
คณะกรรมการนิตยสารข่าวจากสหรัฐจัดการคัดเลือกบุคคลประจำปีมาตั้งแต่ปี 1927 หรือดำเนินมาเป็นปีที่ 90 แล้ว โดยหยิบยกบุคคล กลุ่มคน หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม ซึ่งสร้างหรือเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกทั้งในแง่ดีหรือไม่ดี และจะประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงบุคคลแห่งปีทั้งหมด 10 คน ก่อนจะประกาศชื่อผู้ชนะตามหลังจากนั้น
สำหรับปี 2017 เป็นที่น่าสนใจมากว่า นอกจากผู้นำประเทศหรือผู้บริหารธุรกิจ เช่น โดนัลด์ ทรัมป์ สีจิ้นผิง คิมจองอึน เจฟ เบซอส TIME ได้คัดเลือกให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม หรือการเคลื่อนไหวทางสังคมอันโดดเด่น เข้าชิงด้วย ได้แก่
1.#MeToo movement แฮชแท็ก #MeToo (#ฉันก็ด้วย) เกิดขึ้น หลังจากกระแสการเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศของ ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ ผู้ผลิตผลงานบันเทิงในวงการบันเทิงฝั่งฮอลลีวูด ซึ่งมีผู้อ้างว่าตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก หลายรายจัดเป็นบุคคลดังของวงการด้วย
2.The Dreamers หรือผู้มีฝัน อันหมายถึงเยาวชนที่ติดตามมากับครอบครัวคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย เมื่อราว 5 ปีที่แล้วคนกลุ่มนี้ซึ่งมีเกือบ 800,000 คนทั่วประเทศ ได้รับการคุ้มครองภายใต้โครงการ Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA) ของรัฐบาลอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ให้สามารถเรียนและทำงานในสหรัฐได้ แต่ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมภายใต้การบริหารของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นเรื่องขอยกเลิกการคุ้มครองนี้ ทำให้พวกเขาเสี่ยงหมดสิทธิเรียนและทำงาน กลายเป็นบุคคลเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และจะถูกผลักดันกลับประเทศบ้านเกิดในที่สุด หากฝ่ายนิติบัญญัติอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงยุติธรรม
การประท้วงของแคเปอร์นิคได้รับความสนใจจากชาวอเมริกัน และกลายเป็นที่ติดตามของผู้คนทั่วโลกที่สนใจประเด็นการเหยียดเชื้อชาติ นักกีฬาอนาคตไกลรายนี้ล่าสุดยังถูกอดีตต้นสังกัด San Francisco 49ers และทีมต่างๆ ในสหรัฐ ไม่ทำสัญญาจ้างในปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากท่าทีทางการเมืองของเขา จึงยิ่งทำให้สังคมจับตามองกรณีนี้มากขึ้น
ปรากฏการณ์เชิงสร้างสรรค์ก็มีเช่นกันอย่าง แพตตี้ เจนคินส์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Wonder Woman ผลงานทุบสถิติรายได้อย่างถล่มทลายมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์แรกที่ภาพยนตร์เข้าฉาย เธอจึงกลายเป็นที่จับตาในด้านผลงานธุรกิจและบันเทิงในทันที และในเวลาเดียวกันก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกให้โลกหันมองว่า สตรีในวงการบันเทิงก็สามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่าปรากฏการณ์ได้เช่นกัน
ที่มา www.m2fnews.com
ภาพ เอเอฟพี







