
ผบ.สูงสุดเมียนมา ย้ำโรฮีนจากลับประเทศได้ เมื่อชาวยะไข่ยินยอมเท่านั้น
พลเอกมิน อ่องหล่าย ระบุชาวโรฮีนจาไม่สามารถกลับรัฐยะไข่ได้จนกว่า "พลเมืองเมียนมาตัวจริง" ยอมให้กลับ
พลเอกมิน อ่องหล่าย ระบุชาวโรฮีนจาไม่สามารถกลับรัฐยะไข่ได้จนกว่า "พลเมืองเมียนมาตัวจริง" ยอมให้กลับ
เอเอฟพี - พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาย้ำว่า ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาไม่สามารถกลับรัฐยะไข่ได้จนกว่า "พลเมืองเมียนมาตัวจริง" ยอมให้กลับ โดยพล.อ.มิน อ่องหลายเขียนในหน้าเฟซบุ๊กของตนเองเป็นภาษาอังกฤษระบุว่า ว่าการรับคนเหล่านี้กลับคืนรัฐยะไข่ ต้องคำนึงถึงความต้องการของชนกลุ่มน้อยในท้องถิ่นที่เป็นพลเมืองเมียนมาตัวจริงด้วย ต้องให้ชาวยะไข่ยอมรับและพึงพอใจก่อนเท่านั้น และว่าเมียนมาไม่สามารถปล่อยให้ชาวโรฮีนจาในบังกลาเทศเดินทางกลับมาได้หมดทุกคน เพราะ "เป็นไปไม่ได้ที่ยอมรับจำนวนคนตามที่บังกลาเทศเสนอมา" คำแถลงกล่าว โดยเรียกผู้ลี้ภัยเหล่านี้ว่า "ผู้ก่อการร้าย" ที่หอบครอบครัวหลบหนีไปด้วย
คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่ได้เข้าพบหารือกับพลเอกนายนี้และนางอองซาน ซูจี ที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันพุธ โดยนายทิลเลอร์สันขอให้กองทัพเมียนมาสนับสนุนการรับกลับผู้ลี้ภัยทุกคน และกล่าวถึงรายงานเรื่องทหารเมียนมากระทำการโหดร้ายอย่างกว้างขวางว่าเป็นเรื่องที่มีมูล
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้มีรายงานจากคณะผู้แทนของสหประชาชาติที่ลงพื้นที่เมือง ค็อกซ์ บาซาร์ โดยจากการสอบถามชาวโรฮีนจาพบว่า ทหารเมียนมา กราดยิง, ปาดคอ, เผาทั้งเป็น, รุมโทรมผู้หญิงและเด็ก ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดระหว่างวันที่ 9 ตุลาคมถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และนับแต่วันที่ 25 สิงหาคมปีนี้ โดยทั้งนี้เมียนมาและบังกลาเทศ ยังคงตกลงกันไม่ได้ว่า จะรับชาวโรฮีนจากลับเมื่อใด และเป็นจำนวนเท่าไร รวมทั้งมาตรการให้ชาวโรฮีนจาอยู่ร่วมกับชาวพุทธยะไข่ยังคงไม่ชัดเจน







