posttoday
'ซูจี'แถลงจุดยืนต่อสถานการณ์โรฮีนจาเป็นครั้งแรก

'ซูจี'แถลงจุดยืนต่อสถานการณ์โรฮีนจาเป็นครั้งแรก

19 กันยายน 2560

นางอองซาน ซูจี มุขมนตรีแห่งรัฐเมียนมา แถลงการณ์ออกโทรทัศน์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตโรฮีนจาในรัฐยะไข่ หลังจากถูกนานาชาติกดดันอย่างหนัก

นางอองซาน ซูจี มุขมนตรีแห่งรัฐเมียนมา แถลงการณ์ออกโทรทัศน์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตโรฮีนจาในรัฐยะไข่ หลังจากถูกนานาชาติกดดันอย่างหนัก

นางอองซาน ซูจี ออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ เป็นครั้งแรกที่มีการแถลงจากทางการเมียนมาอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตโรฮีนจาในรัฐยะไข่ซึ่งทำให้ ซูจี ถูกกดดันอย่างหนักฐานเป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง และได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ แต่กลับไม่ปกป้องประชาชนกลุ่มน้อยในประเทศ โดยผู้เข้าร่วมฟังแถลงการณ์ครั้งนี้มีทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเมียนมา นักการทูต และตัวแทนจากหน่วยงานในสังกัดของสหประชาชาติ

โดยในการแถลงข่าวในครั้งนี้ นางอองซานซูจีได้กล่าวตอนรับผู้ที่มาเข้าร่วมฟังแถลงการณ์ โดยระบุถึงเหตุผลที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติได้  จึงขอใช้โอกาสนี้แถลงความคืบหน้า แถลงการทำงานที่กรุงเนปิดอว์ในครั้งนี้แทน

นางซูจีระบุว่า เมียนมากำลังอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยของพม่าอาจจะยังไม่สมบูรณ์ จึงขอให้ประชาคมโลกมีความเชื่่อมั่นและศรัทธา

"เมียนมาเป็นประเทศที่สลับซับซ้อน และผู้คนยังคาดหวังว่าเราจะแก้ปัญหาได้ในเวลาอันสั้น แต่รัฐบาลของเราอยู่มาได้แค่สิบแปดเดือน ซึ่งยังสั้นที่จะจัดการปัญหาต่างๆ อย่างที่มีคนคาดหวัง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่พยายามจัดการปัญหาพวกนี้"

"ในขณะนี้นานาชาติสนใจเรื่องปัญหาโรฮีนจา ซึ่งเมียนมาไม่ห่วงเรื่องที่นานาประเทศจับตาเพราะเป็นเรื่องที่มีพันธะสัญญากับนานาชาติอยู่แล้ว แต่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมปีที่แล้ว มีกลุ่มมุสลิมใช้กำลังโจมตีตำรวจ ทำให้เกิดปัญหาตามมา มีคนถูกฆ่าตาย หลายคนหนีไปบังคลาเทศ ทางการพยายามแก้ปัญหาและให้สังคมอยู่กันอย่างกลมเกลียวให้ประเทศปกครองด้วยกฎหมาย และเชิญ นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัย แต่ก็ยังไม่ประสบผล"

"วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ถูกโจมตีอีก รัฐบาลประกาศให้กลุ่มกองกำลังโรฮิงญาเป็นกลุ่มก่อการร้าย รัฐบาลไม่มีเจตนาจะหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ เราประณามการใช้ความรุนแรง และต้องการรื้อฟื้นการใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่มีหลักปฏิบัติอย่างระมัดระวัง ไม่ทำอันตรายต่อประชาชนที่บรืสุทธิ์ การละเมิดสิทธิจะต้องได้รับการสะสางในเวลาต่อไป"

"เราเห็นใจคนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่ามุสลิมหรือกลุ่มคนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ อีกหลายกลุ่ม มีการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนเป็นต้นมา"

อองซานซูจียืนยันว่านับตั้งแต่ วันที่ 5 กันยายนเป็นต้นมา ก็ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันเพิ่มเติมในรัฐยะไข่ และยืนยันว่าทางการเมียนมาทำทุกวิถีทางเพื่อให้ปฏิบัติการทางการทหารในการปราบปราบกลุ่มก่อการร้ายให้ไม่กระทบกับประชาชน พร้อมทั้งได้เชิญนักการทูตและนักข่าวจากต่างชาติให้ลงพื้นที่ในรัฐยะไข่ของเมียนมา เพื่อติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในรัฐยะไข่ ซึ่งแม้จะมีชาวมุสลิมจำนวนมากอพยพเข้าไปยังฝั่งบังกลาเทศ แต่ก็มีชาวมุสลิมอีกจำนวนมากที่สามารถอยู่ร่วมกับคนในชุมชนได้อย่างสันติสุข เธอจึงขอเชิญนักการทูตและนักข่าวจากทั่วโลกเข้าพื้นที่เพื่อไปสอบถามชาวมุสลิมที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ว่าเพราะอะไรพวกเขาจึงไม่หนีไปไหน

นอกจากนี้ นางซูจียืนยันชาวมุสลิมเข้าถึงการศึกษาและสิ่งอื่นได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ โดยระบุว่ามีโครงการพัฒนาหลายอย่างเกิดขึ้นในรัฐยะไข่ มีการสร้างงานนับหลายพัน รวมถึงโครงการสร้างเขตเศรษฐกิจ และสร้างที่อยู่ใหม่ๆ ให้กับประชาชน และมีกระบวนการพิสูจน์สัญชาติและเชื้อชาติทั่วประเทศ ในบางชุมชนที่ไม่ต้องการเข้าร่วมในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ/เชื้อชาติ แต่รัฐบาลพยายามเกลี้ยกล่อม

ทั้งนี้ ยังมีผู้เรียกร้องให้ส่งตัวมุสลิมที่หนีไปบังคลาเทศกลับเพื่อให้รัฐบาลเมียนมาเริ่มกระบวนการพิสูจน์ทราบสัญชาติ และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของเมียนมายืนยันกับบังคลาเทศว่า เราพร้อมจะเริ่มกระบวนการนี้เร็วที่สุด เมื่อใดก็ได้ และจะรับตัวคนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ลี้ภัยกลับมา

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท