
ย้อนมองไทม์ไลน์ทดสอบขีปนาวุธโสมแดงในรอบปี 2017
จนถึงขณะนี้เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในพัฒนาและทดสอบขีปนาวุธอย่างถึงที่สุด มาย้อนรอยการทดสอบมิสไซล์ในแต่ละครั้งของเกาหลีเหนือตลอดทั้ง 14 ครั้งของปีนี้
จนถึงขณะนี้เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในพัฒนาและทดสอบขีปนาวุธอย่างถึงที่สุด มาย้อนรอยการทดสอบมิสไซล์ในแต่ละครั้งของเกาหลีเหนือตลอดทั้ง 14 ครั้งของปีนี้
โดย ... ชยพล พลวัฒน์
การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของวันนี้ (15 ก.ย.) หากย้อนนับดูการทดสอบขีปนาวุุธในแต่ละครั้งของแต่ละปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าในปี 2017 นี้ จะเป็นปีที่เกาหลีเหนือเร่งพัฒนาเร่งทดสอบขีปนาวุธอย่างขมักเขม้น ชนิดที่ไม่แคร์คำขู่การคว่ำบาตรจากนานาชาติ นับตั้งแต่ที่นายคิมจองอึนขึ้นครองอำนาจเป็นผู้นำสูงสุดต่อจากนายคิมจองอิลผู้เป็นพ่อ ในปี 2012 เกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธไปแล้ว 10 ครั้ง ในระหว่างปี 2012 - 2016 แต่สำหรับในปี 2017 นี้ถือเป็นเป็นปีที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธไปแล้วถึง 14 ครั้ง
โดยครั้งแรกของปี 2017 เริ่มต้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เมื่อเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลาง KN-15 ซึ่งตกไปยังทะเลญี่ปุ่นเป็นระยะทาง 498 กิโลเมตร บริเวณทะเลญี่ปุ่น ภายหลังพลเอก จอห์น ไฮเทน ผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธศาสตร์ของสหรัฐเผยว่า นี่เป็นการประสบความสำเร็จด้านจรวจเชื้อเพลิงแข็งครั้งแรกของเกาหลีเหนือ
ครั้งที่ 2 ในวันที่ 5 มีนาคม เกาหลีเหนือได้เปิดตัวขีปนาวุธพิสัยกลาง ซึ่งสามารถยิงได้ไกลกว่า 600 ไมล์ หรือประมาณ 900 กิโลเมตร เป็นครั้งแรก ซึ่งภายหลังได้ตกลงยังทะเลเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น ซึ่งภายหลังการทดสอบครั้งนี้สำเร็จ สหรัฐ ทำให้สหรัฐได้เจรจาติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ให้กับเกาหลีใต้ เพื่อยิงสกัดขีปนาวุธ
ครั้งที่ 3 ในวันที่ 21 มีนาคม เกาหลีเหนือได้เปิดตัวขีปนาวุธที่สามารถยิงได้จากรถโมบายเคลื่อนที่ ใกล้เมืองวอนซัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีมิสไซล์พิสัยกลาง ที่สามารถยิงได้ด้วยฐานยิงจรวดเคลื่อนที่
ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 4 เมษายน ได้เปิดตัวขีปนาวุธรุ่น KN-17 เพียงไม่กี่วันก่อนที่ประธานาธิบดีสี จิ้งผิง ของจีน จะเข้าพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ฟลอริดา ในระหว่างที่ทั้งสองผู้นำกำลังหารือถึงการควบคุมโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยทรัมป์หวังว่า จีนจะใช้อิทธิพลทางเศรษฐกิจในการเข้าควบคุมการค้าของเกาหลีเหนือ
ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 15 เมษายน เพียงไม่ถึงสองสัปดาห์หลังจากที่เกาหลีเหนือเปิดตัวขีปนาวุธ KN-17 อีกครั้งหนึ่ง แต่เกิดระเบิดขึ้นเพียงไม่นานหลังจากยิงขึ้น
ครั้งที่ 6 ในวันที่ 28 เมษายน เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธ KN -17 อีกครั้งหนึ่งเป็นรอบที่ 3 ของเดือนนี้ โดยขีปนาวุธเดินทางไปถึง 21 ไมล์ หรือ ราว 33 กิโลเมตรก่อระเบิดกลางอากาศ
ครั้งที่ 7 ในวันที่ 14 พฤษภาคม โดยเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนนักว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง KN-17 การเปิดตัวขีปนาวุธลูกใหม่ในครั้งนี้ เกิดขึ้นที่เมือง Kusong ทางตะวันตกของเกาหลีเหนือ โดยขีปนาวุธได้พุ่งทะยานขึ้นฟ้าเป็นระยะทาง 435 ไมล์ หรือ 700 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงยังทะเลญี่ปุ่น
ด้านรัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่น ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า ขีปนาวุธดังกล่าวอาจมีพิสัยการยิงไกลถึง 2,000 กิโลเมตร ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า เกาหลีเหนืออาจกำลังพัฒนาขีปนาวุธระยะกลาง-ไกลขึ้นมาใหม่ ซึ่งอาจสามารถโจมตีได้ถึงเกาะกวมของสหรัฐ
ครั้งที่ 8 ในวันที่ 21 พฤษภาคม ทำเนียบขาวยืนยันว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธระยะกลาง - สั้น ซึ่งเดินทางไปได้ไกลกว่า 500 กิโลเมตร ก่อจะตกยังทะเลญี่ปุ่น โดยกลาโหมสหรัฐยืนยันว่าเป็นจรวดชนิด KN-15 ซึ่งเป็นจรวดชนิดเดียวกับที่ใช้ทดสอบเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ครั้งที่ 9 วันที่ 28 พฤษภาคม เกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธเป็นครั้งที่ 9 โดยเป็นขีปนาวุธระยะสั้น โดยยิงขึ้นจากฐานยิงใกล้เมือง วอนซัน ก่อนจะตกลงทะเลญี่ปุ่น โดยสำนักข่าวกลางของเกาหลีระบุว่าเป็นระบบที่มีความแม่นยำสูง
ครั้งที่ 10 ในวันที่ 4 กรกฏาคม เกาหลีเหนือได้เปิดตัวขีปนาวุธข้ามทวีประยะไกล หรือ ICBM ซึ่งวันที่ตรงกับวันชาติสหรัฐที่ 4 กรกฏาคม โดยขีปนาวุธดังกล่าวพุ่งขึ้นที่ความสูง 2700 กิโลเมตร เป็นระยะทาง 928 กิโลเมตร โดยภายหลังการทดสอบนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ได้ออกแถลงการณ์ว่า การทดสอบ ICBM แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามของสหรัฐและพันธมิตรทั่วโลก
ครั้งที่ 11 ในวันที่ 28 กรกฏาคม เพียงสามสัปดาห์หลังจากการเปิดตัวขีปนาวุธ ICBM รุ่นแรก เกาหลีเหนือได้ทดสอบ จรวด ICBM เป็นครั้งที่สอง โดยจรวดได้พุ่งขึ้นเป็นเวลา 45 นาที ก่อนตกลงยังเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น โดยตามที่กลาโหมของญี่ปุุ่นรายงาน ระบุว่าเป็นจรวดนำวิถีที่มีพิสัยการยิงไกลที่สุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจเดินทางได้ไกลถึง 2,300 ไมล์ หรืออาจยิงไกลถึงแผ้นดินใหญ่ของสหรัฐ โดยในแถลงการณ์ของรัฐบาลวอชิงตันระบุว่า การทดสอบครั้งนี้ เป็นการทดสอบที่อันตรายและยั่วยุที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ด้านรัฐบาลเปียงยาง ได้ประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุด เป็นวันแห่งชัยชนะ มีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่
ครั้งที่ 12 ในวันที่ 25 สิงหาคม เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุะระยะใกล้จำนวน สามลูกพร้อมๆกัน โดยล้มเหลวทั้งสามครั้ง และตกลงยังทะเลญี่ปุ่น ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่เกาหลีเหนือว่า จะได้รับความรุนแรงและความโกรธอย่างไม่เคยมีมาก่อน รัฐบาลเปียงยางเริ่มตอบโต้คำพูดของนายทรัมป์โดยกล่าวว่า นายคิมมีแผนการโจมตีเกาะกวมของสหรัฐ แต่ระรอดูพฤติกรรมที่โง่เขลาของพวกแยงกี้ดูก่อน
ครั้งที่ 13 ในวันที่ 28 สิงหาคม เมื่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐและรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยืนยันว่า ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือได้เดินทางข้ามประเทศญี่ปุ่นบริเวณเกาะฮอกไกโด และตกลงยังมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง KN-17 มีระยะพิสัยการยิง 1,667 ไมล์ โดยระบบแจ้งเตือนภัย J-Alert ของญี่ปุ่น ได้แจ้งเตือนประชาชน พร้อมทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นได้แถลงว่าเป็นการกระทำที่คุกคาม
และล่าสุดครั้งที่ 14 ในวันที่ 15 กันยายน กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธลูกล่าสุดถูกยิงขึ้นจากกรุงเปียงยาง ก่อนเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (04.00 น. ตามเวลาไทย) และเชื่อว่าขึ้นสู่ระดับความสูง 770 กม. ข้ามผ่านทางตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด เป็นระยะทางประมาณ 3,700 กม. ก่อนจะตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิก
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะไม่ทนกับการกระทำที่เป็นอันตรายของเกาหลีเหนือ และระบุในแถลงการณ์ว่า "หากเกาหลีเหนือเลือกจะเดินทางนี้ต่อไป อนาคตก็จะไม่สดใสแน่" โดยในครั้งนี้เป็นที่สังเกตว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการทดสอบขีปนาวุธ นับตั้งแต่สหประชาชาติออกมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่เพื่อตอบโต้การทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ของเกาหลีเหนือ







