
เมื่อจีนหว่านหยวนเหนือแผ่นดินละตินอเมริกา
เศรษฐกิจพลิกขั้วเช่นนี้ คงไม่ได้มีเพียงแค่กระแสทุนตะวันตกที่หลั่งไหลไปยังจีนเท่านั้น
เศรษฐกิจพลิกขั้วเช่นนี้ คงไม่ได้มีเพียงแค่กระแสทุนตะวันตกที่หลั่งไหลไปยังจีนเท่านั้น
โดย......ทีมข่าวต่างประเทศ
เพราะในขณะเดียวกันก็กำลังเกิดปรากฏการณ์ทุนจีนมหาศาลหลั่งไหลเข้าภูมิภาคละตินอเมริกา ที่เข้าไปซื้อและลงทุนธุรกิจเกือบจะทุกอย่าง ตั้งแต่ด้านเกษตรกรรมไปจนถึงการรถไฟ โดยเฉพาะการทุ่มซื้อวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเติมเต็มเศรษฐกิจแดนมังกรที่ขยายตัวอย่างติดจรวดกว่า 10%
เอเอฟพี ระบุว่า ทุกวันนี้จีนได้จัดเดินสายเจรจาการค้าและการลงทุนในอเมริกาใต้มากขึ้น โดยมีดีลการค้าสำคัญๆ เช่น การลงนามสัญญาสัมปทานขุดเจาะน้ำมัน และข้อตกลงการค้าต่างๆ กับบรรดาประเทศผู้ผลิตอย่างอาร์เจนตินา บราซิล โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เม็กซิโก และเวเนซุเอลา
“ละตินอเมริกากำลังแสวงหาช่องทางโอกาสที่จะเติบโต และสิ่งที่พวกเขามองหาจากจีนก็คือโอกาสที่จะขยายการเติบโตไปยังจีน ซึ่งหมายถึงการจับมือเป็นพันธมิตรกัน” เจราร์โด มาโต ประธานฝ่ายธุรกิจธนาคารโลกประจำภูมิภาคละตินอเมริกา ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวกับเอเอฟพี
ปัจจุบันสหรัฐยังคงรู้สึกยินดี หรืออาจเรียกว่ายังคงรับได้อยู่กับการที่จีนเข้ามามีสัมพันธ์อันดีกับเหล่า “มิตรประเทศหลังบ้านอเมริกา” แม้ว่าจะเป็นการสวมกอดกับศัตรูตัวฉกาจอย่าง ฮูโก ชาเวซ ประธานาธิบดีแห่งเวเนซุเอลา ก็ตาม
“แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล และไม่ใช่ภัยคุกคามต่ออเมริกาแต่อย่างใด” อาร์ทูโร วาเลนซูเอลา ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฝ่ายกิจการซีกโลกตะวันตก กล่าว
เป็นการวางใจทั้งที่เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จีนได้ให้สินเชื่อแก่เวเนซุเอลา ในวงเงินถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.2 แสนล้านบาท) เพื่อลงทุนในด้านพลังงาน เกษตรกรรม และโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ
หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย. บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐ ไชนา เนชันแนล ปิโตรเลียม คอร์ป (ซีเอ็นพีซี) ก็ได้ตกลงทำสัญญามูลค่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 2.8 หมื่นล้านบาท) กับบริษัทน้ำมันโอริโนโก ในเวเนซุเอลา
ในเดือนเดียวกันนี้เอง เจ้าหน้าที่ทางการจีนรายหนึ่งเพิ่งเปิดเผยว่า เปรูก็เพิ่งกลายเป็นแชมป์ประเทศที่บริษัทจากจีนเข้าไปลงทุนมากที่สุดในภูมิภาค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเหมืองแร่
ทว่า ที่ดูจะเนื้อหอมและดึงดูดกลุ่มนักลงทุนจีนได้มากเป็นพิเศษในตอนนี้อาจต้องยกให้กับบราซิล โดยเฉพาะกิจการด้านน้ำมันและแร่เหล็ก ขณะที่บราซิลเองก็ต้องการการลงทุนมหาศาลด้านสาธารณูปโภคในประเทศ ก่อนการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 และโอลิมปิก 2016 ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าจีนมีแนวโน้มสูงกว่าใครที่จะคว้าสัญญาการลงทุนเกี่ยวกับมหกรรมกีฬาทั้งสองในบราซิลไปครอง ระหว่าง 6 หมื่น–1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.86–3.72 ล้านล้านบาท)
“กว่า 50% ของโอกาสการลงทุนจีนในละตินอเมริกาล้วนมุ่งไปยังบราซิล” มาโต ผู้บริหารจากเอชเอสบีซี กล่าวระหว่างการหารือนอกรอบกับนักลงทุนในกรุงปักกิ่ง
ไม่เพียงแต่จีนจะเป็นผู้ซื้อแร่เหล็กรายใหญ่จากบราซิลเท่านั้น แต่จีนกำลังเตรียมที่จะเป็นผู้ผลิตเหล็กในบราซิลอีกด้วย กับแผนการเตรียมก่อสร้างโรงงานผลิตเหล็กมูลค่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.55 แสนล้านบาท) ของบริษัท หวู่ฮั่น ไอรอน ซึ่งจะร่วมทุนกับบริษัท แอลแอลเอกซ์ โลจิสติกา ของบราซิล
“แรงกระตุ้นให้จีนวิ่งเข้าหาภูมิภาคละตินอเมริกานั้น นอกจากจะเป็นเพราะทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์อย่างการนำเข้าและการลงทุนในเหมืองแร่ต่างๆ แล้ว จีนก็ยังต้องการเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ รองรับสินค้าเมดอินไชนาอีกด้วย” ไมเคิล ไมแดน ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียจากบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเมือง ยูเรเซีย กรุ๊ป กล่าว
ไมแดน ระบุว่า หากมองตามภูมิศาสตร์แล้ว จีนน่าจะยังคงขยายการลงทุนไปทั่วทั้งภูมิภาคละตินอเมริกา ตั้งแต่รถไฟความเร็วสูงในประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ไปจนถึงเหมืองแร่ในประเทศด้อยพัฒนา
อย่างไรก็ตาม จีนก็ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะบริษัท อัลสตอม จากฝรั่งเศส ที่เล็งดีลก่อสร้างระบบรถไฟเชื่อมโยงในบราซิลและอาร์เจนตินา แม้ว่าก่อนหน้านี้จีนและอาร์เจนตินาจะได้ทำข้อตกลงโครงการก่อสร้างทางรถไฟ มูลค่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.1 แสนล้านบาท) ระหว่างที่ประธานาธิบดี คริสตินา เคิร์ชเนอร์ เดินทางเยือนจีนเมื่อเดือน ก.ค. แล้วก็ตาม
นอกจากนี้ ในมุมมองของผู้บริหารเอชเอสบีซี ยังเชื่อว่าประเทศในละตินอเมริกานั้นต้องการเพียงแค่โอกาสทางการเงินจากภายนอก เพื่อมาพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานในบ้านเท่านั้น และคงไม่ยินยอมหากรู้สึกว่าเป็นการลงทุนที่ทำให้ต้องสูญเสียอำนาจการควบคุมในบ้านไป เหมือนกับที่บริษัท เวล ยักษ์เหมืองแร่ในบราซิล มีแผนจะกู้เงินจากจีน 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.72 หมื่นล้านบาท) เพื่อสร้างเรือบรรทุกสินแร่ขนส่งไปยังจีน
ทุนจีนได้แผ่ปกคลุมทั่วหลังบ้านอเมริกาแล้วอย่างไม่ต้องสงสัยในระบบเศรษฐกิจละตินอเมริกา จนกว่าเม็ดเงินหยวนหรือเงินเหรียญสหรัฐจากจีนยังไม่ก้าวข้ามขอบเขตการค้าจนล้ำเส้นความไว้วางใจเท่านั้น







