posttoday
เต็งกู ราซาเล่ย์ ฮัมซาห์ มือหนึ่งนักเศรษฐศาสตร์มาเลย์

เต็งกู ราซาเล่ย์ ฮัมซาห์ มือหนึ่งนักเศรษฐศาสตร์มาเลย์

21 สิงหาคม 2560

นักเศรษฐศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ ได้กล่าวเอาไว้ว่า "ถ้าคุณป้อนข้าวโอ๊ตให้ม้าในปริมาณที่มากพอ

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

นักเศรษฐศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ ได้กล่าวเอาไว้ว่า "ถ้าคุณป้อนข้าวโอ๊ตให้ม้าในปริมาณที่มากพอ ในที่สุดมันก็จะถ่ายข้าวส่วนหนึ่งออกมาป้อนฝูงนกกระจอก" เป็นกับดักทุนนิยมที่ต้องรีบโยนทิ้งลงถังขยะ ถ้าต้องการพัฒนาประเทศเพราะการหว่านเงินลงไปในระบบตลาด ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากแข็งแรง ถ้าอย่างงั้นอะไรล่ะคือคำตอบ?

ช่วงนี้เมื่อ 50 ปีที่แล้วภูมิภาคอาเซียนถือกำเนิดขึ้นภายใต้ "ปฏิญญากรุงเทพ" ในวันนั้นมาเลเซียและสิงคโปร์ยังเป็นเพียงประเทศนิรนามที่ชื่อไม่คุ้นหูชาวโลก โดยเฉพาะสิงคโปร์ที่ยังต้องซื้อน้ำจืดจากประเทศใกล้เคียง ทว่าในวันนี้มาเลเซียสามารถผลิตรถไฟฟ้าเพื่อส่งออกได้ สิงคโปร์ก้าวขึ้นมานั่งบัลลังก์เบอร์หนึ่งของอาเซียนในฐานะ "ไฟแนนซ์เชียลฮับออฟ เอเชีย" หากย้อนกลับมาดูบ้านเราก็จะรู้ว่าเดินถอยหลังไปมากแค่ไหน

ขณะที่มีบุรุษผู้หนึ่งในตัวหมากสำคัญที่ขับเคลื่อนนำพาความสำเร็จจนมาเป็นประเทศมาเลเซียในทุกวันนี้ นั่นคือ เต็งกู ราซาเล่ย์ ฮัมซาห์ (Tengku Razaleigh Hamzah) อายุ 80 ปี ถูกยกให้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศ ผู้บุกเบิกยุคปฏิวัติเศรษฐกิจมาเลเซีย และร่วมก่อตั้งบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อย่าง ปิโตรนาส (Petronas) หนึ่งในอดีตตัวเต็งนายกรัฐมนตรีของประเทศ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจมาหลายสมัยนับว่ามีบทบาทสำคัญทั้งด้านการเมือง สังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง

ย้อนกลับไปในปี 2516 บุตรแห่งเจ้าเมืองรัฐกลันตันผู้นี้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมรับการศึกษาระดับชั้นประถมในบ้านเกิดก่อนย้ายไปเรียนระดับชั้นมัธยมในประเทศไอร์แลนด์ และจบการศึกษาปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Qu een's University of Belfast หลังจากบิดาเสียชีวิตเขาต้องกลับมาบ้านเกิดเพื่อเข้ากุมบังเหียนธุรกิจทั้งหมด อีกทั้งยังต้องช่วยเหลือมิตรสหายเก่าของพ่อตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงนายกรัฐมนตรีด้านการวางทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ

เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไม่นานไต่เต้าขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ประจวบเหมาะกับยุคปฏิวัติเศรษฐกิจมาเลเซียช่วงปี 2514-2553 ส่งผลให้เขามีบทบาทอย่างมากในการวางรากฐานเศรษฐกิจ และยกเครื่องนโยบายครั้งใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขและเรื่องจีดีพี แต่ยังควบรวมการพัฒนาประชากรเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวทั้งด้านการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาสากลและเทคโนโลยี ไปจนถึงการควบรวมกิจการของต่างชาติให้ตกเป็นของรัฐบาลมาเลเซียทั้งด้านพลังงาน การเงินและอุตสาหกรรมการผลิต จนได้รับฉายาว่าเป็น "บิดาแห่งเศรษฐศาสตร์มาเลเซีย" (Father of Malaysia's Economy)

นอกจากนี้ เขายังเป็นคนแรกที่จับมือกับมหามิตรอย่างประเทศจีน โดยในปี 2514 ได้ตั้งโต๊ะทำการค้าระหว่างรัฐบาลจีนกับมาเลเซีย ซึ่งในปีแรกมีมูลค่าการค้าเพียง 800 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 8,000 ล้านบาท ในอีก 10 ปีต่อมา จนปัจจุบันประเทศจีนมีบทบาทมากทั้งด้านการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมมาเลเซีย

แม้ว่าบทความตีพิมพ์ในวารสารและงานวิชาการเหลือคณานับต่างสดุดี ความสามารถของเต็งกู แต่คำวิพากษ์และเสียงโจมตีชนิดสาดเสียก็มีไม่น้อย แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน คือ เขาคิดถูกที่ดึงสมบัติชาติด้านทรัพยากรพลังงานอย่างบริษัท ปิโตรนาส กลับมาอยู่ในมือรัฐบาลมาเลเซีย ปัจจุบัน ปิโตรนาสมีมูลค่าทรัพย์สินราว 4.84 ล้านล้านบาท ในปีที่ผ่านมามีรายได้รวมทั้งสิ้น 1.63 ล้านล้านบาท รายได้หลักแบ่งเป็นสินค้าปิโตรเลียม 5.38 แสนล้านบาท (33%) ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ 5.22 แสนล้านบาท (32%) และก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) 3.26 แสนล้านบาท (20%) กำไรสุทธิในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.88 แสนล้านบาท

ปัจจุบันปิโตรนาสมีตลาดหลักอยู่ในมาเลเซีย และภูมิภาคทั้งในอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย จีน และญี่ปุ่น รวมถึงมีตลาดในทวีปยุโรปและตะวันออกกลางอีกด้วย ดังนั้นถ้ามีคำกล่าวที่ว่า "การลงทุน คือ การพยากรณ์อัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ตลอดอายุขัยของมัน" ก็ต้องนับว่า เต็งกู ราซาเล่ย์ ฮัมซาห์ คิดถูกในเรื่องปิโตรนาส

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก