posttoday
"ราม นาถ โกวินท์" จากจัณฑาลสู่ประธานาธิบดี

"ราม นาถ โกวินท์" จากจัณฑาลสู่ประธานาธิบดี

23 กรกฎาคม 2560

"ราม นาถ โกวินท์" วัย 71 ปี ผู้สมัครจากวรรณะจัณฑาล หรือดาลิต ชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 14 ของอินเดีย

โดย...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์ 

อินเดียสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งเมื่อ “ราม นาถ โกวินท์” วัย 71 ปี ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินเดียจากวรรณะจัณฑาล หรือดาลิต ชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 14 ของอินเดีย และเป็นประธานาธิบดีจากวรรณะจัณฑาลคนที่ 2 ของประเทศ

โกวินท์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรค ภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) คว้าคะแนนโหวตจากคณะผู้เลือกตั้งของอินเดีย คิดเป็น 65.6% เอาชนะ มีรา กุมาร คู่แข่งชิงตำแหน่งจากพรรคฝ่ายค้านที่ได้คะแนนไปเพียง 34.35%

ชัยชนะของโกวินท์ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี เท่านั้น แต่ยังถือเป็นสัญลักษณ์ในการไปสู่ยุคใหม่ของชุมชนดาลิต ซึ่งเป็นชนชั้นล่างสุดและด้อยโอกาสที่สุดของอินเดีย แม้ในปัจจุบัน กลุ่มดาลิตเริ่มได้รับสิทธิต่างๆ และเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น จนไม่ถึงขั้น “แตะต้องไม่ได้” ดังเช่นในอดีต แต่คนกลุ่มนี้ยังต้องเผชิญขีดจำกัดหลายอย่างเมื่อเทียบกับคนวรรณะอื่นๆ เช่น ยังไม่สามารถเดินเข้าวัด ทำหน้าที่นักบวช และต้องเจอกับการเลือกปฏิบัติบางประการ

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของโกวินท์จึงมีความหมายอย่างมากสำหรับชุมชนดาลิต โดยกว่าที่โกวินท์จะประสบความสำเร็จทางการเมืองได้ดังเช่นทุกวันนี้ ก็ต้องผ่านความยากลำบากหลายอย่างในวัยเยาว์ โดยโกวินท์ผู้เป็นลูกชายชาวนาในเมืองกันปูร์ รัฐอุตตรประเทศทางเหนือของอินเดีย ซึ่งเต็มไปด้วยประชากรยากจนต้องเดินเท้าไปโรงเรียนทุกวันเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร และต้องพยายามสอบเข้าทำงานในหน่วยงานราชการอินเดียถึง 3 ครั้งกว่าจะผ่านการสอบ

ก่อนเริ่มต้นเส้นทางการเมือง โกวินท์ทำงานเป็นทนายความมาเป็นเวลาหลายปีนับตั้งแต่ปี 1971 และระหว่างนั้นได้ให้คำปรึกษาฟรีกับบุคคลที่ไม่ค่อยมีสิทธิในสังคม โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก ซึ่งชื่อเสียงที่สั่งสมมาจากการเป็นทนายความส่งผลให้โกวินท์ได้รับเลือกเป็นสมาชิกของราชยสภา หรือวุฒิสภา ประจำรัฐอุตตรประเทศติดต่อกันถึง 2 สมัย

ตำแหน่งดังกล่าวเปิดทางให้โกวินท์ได้ทำหน้าที่คณะกรรมาธิการรัฐสภาฝ่ายดูแลกลุ่มชนชั้นที่ถูกกําหนด (Scheduled Caste) หมายถึงกลุ่มคนวรรณะต่ำและด้อยโอกาส ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มคนย่อยๆ ได้กว่า 1,000 กลุ่ม รวมถึงได้รับตำแหน่งคณะกรรมการฝ่ายกิจการภายใน ฝ่ายยุติธรรม ฝ่ายพลังงานและอีกหลายตำแหน่ง โดยในเวลาต่อมาเมื่อปี 2010 โกวินท์ได้ทำหน้าที่โฆษกพรรคบีเจพี และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐพิหารในปี 2015

นอกเหนือจากการทำงานทางการเมือง โกวินท์ได้ชื่อว่าเป็นแกนนำในการแก้ปัญหาการศึกษา โดยผลักดันให้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาในเขตชนบทหลายแห่ง สร้างอาคารเรียนใหม่ในรัฐอุตตรประเทศและรัฐอุตตราขัณฑ์ รวมถึงเป็นบอร์ดผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอ็มเบดการ์และบอร์ดของสถาบันการจัดการและเทคโนโลยี

แม้หลายฝ่ายมองว่า การเสนอชื่อโกวินท์ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจะเป็นกลยุทธ์การรักษาอำนาจทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีโมดี เพื่อเอาใจชุมชนดาลิตราว 200 ล้านคนทั่วอินเดีย ซึ่งจะกลายเป็นฐานเสียงสำคัญให้โมดีในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2019 แต่การได้เป็นประธานาธิบดีจากวรรณะจัณฑาลคนที่ 2 ของประเทศ ทำให้ผู้คนคาดหวังว่า โกวินท์ จะดำเนินรอยตาม เค.อาร์. นารายานัน ประธานาธิบดีจัณฑาลคนแรกช่วงปี 1997-2002 ผู้เคยเป็นทั้งนักการทูต รัฐมนตรีอาวุโส และรองประธานาธิบดี ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอินเดียคนที่ 10 ในการช่วยเพิ่มสิทธิและเสียงให้กลุ่มคนจากวรรณะล่างในประเทศ

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก