
รู้จักอิมพีชเมนต์ กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ทรัมป์อาจเผชิญ
นักการเมืองจากพรรคเดโมแครตเสนอถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ จากข้อกล่าวหาระงับการสอบสวน ไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคง
นักการเมืองจากพรรคเดโมแครตเสนอถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ จากข้อกล่าวหาระงับการสอบสวน ไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคง
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสการเมืองในสหรัฐเป็นไปอย่างร้อนระอุ เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญกับข้อกล่าวหาร้ายแรง ว่าตัวเขาได้ใช้อำนาจของการเป็นประธานาธิบดีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
ด้านบรรดานักการเมืองสหรัฐหลายฝ่ายพากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นดังกล่าว และเรียกร้องให้ดำเนินการถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลายสำนักข่าวได้พร้อมใจกันนำเสนอ แม้ว่าขณะนี้กระบวนการถอดถอนจะเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นเท่านั้น
ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าตัวเขาได้กดดันให้ เจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ระงับการสอบสวน ไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคง ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้จากกรณีเกี่ยวโยงกับรัสเซีย โดยก่อนหน้าเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นขึ้นมา เมื่อสัปดาห์ก่อนทรัมป์เพิ่งจะสั่งปลดโคมีย์ออกจากตำแหน่งไป
ที่ผ่านมาไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐคนใดถูกดำเนินการถอดถอนออกจากตำแหน่งมาก่อน ประธานาธิบดี 2 รายที่ถูกฟ้องร้อง โดยสภาผู้แทนราษฎร แต่ภายหลังพบว่าพ้นผิดได้แก่ อดีตประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ในปี 1868 และอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ในปี 1998
ด้านอดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันนั้นลาออกจากตำแหน่งในปี 1974 เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกถอดถอน จากกรณีอื้อฉาวคดีวอเตอร์เกต
แล้วอิมพีชเมนต์ทำงานอย่างไร?
กระบวนการถอดถอนประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติเชื่อว่าประธานาธิบดีนั้นกระทำผิดจริง ซึ่งเป็นการเข้าข่ายการกบฏ, ติดสินบน, อาชญากรรมร้ายแรง หรือความผิดทางอาญาอื่นๆ พวกเขาจะเริ่มต้นการฟ้องร้องประธานาธิบดี ซึ่งหากพิจารณาจากหลักฐานแล้วพบว่ามีความผิดจริง ฝ่ายนิติบัญญัติจะทำการร่างหนังสือถอดถอนไปยังสภา สภาจะทำการโหวตรอบแรกโดยใช้เสียงส่วนมากตัดสิน
หากผลการโหวตสมาชิกสภาลงคะแนนเสียงให้ประธานาธิบดีถูกถอดถอน กระบวนการพิจารณาจะเริ่มต้นขึ้น โดยฝ่ายนิติบัญญัติจะทำหน้าที่เป็นโจทก์ฟ้องร้องประธานาธิบดีจากหลักฐานที่พวกเขามี ด้านประธานาธิบดีสามารถใช้ทนายสู้คดีได้ จากนั้นทางสมาชิกสภาเมื่อพิจารณาจากหลักฐานทั้งหมดและข้อโต้แย้งแล้ว พวกเขาจะทำการโหวตรอบที่สอง หากเสียงโหวตมากกว่า 2 ใน 3 ในที่สุดประธานาธิบดีจะถูกถอดถอนโดไม่มีการยื่นขออุทธรณ์
ขณะนี้กระบวนการดังกล่าวยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น และอาจไม่เริ่มขึ้นด้วยซ้ำเนื่องจากสมาชิกสภาคองเกรสนั้นส่วนใหญ่มาจากพรรครีพับลิกันเหมือนทรัมป์ โดยส.ส.จากพรรคเดโมแครต 2 รายที่เป็นผู้เสนอให้ฟ้องร้องประธานาธิบดีทรัมป์ได้แก่ Maxine Waters และ Al Green ในขณะที่บรรดาสมาชิกอาวุโสของพรรคเองมองว่ากรณีที่เกิดขึ้นนี้เร็วเกินไปที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการถอดถอน
ด้าน Justin Amash นักการเมืองพรรครีพับลิกัน ผู้เคยวิจารณ์ทรัมป์ในอดีต ออกมาแสดงความเห็นด้วยกับการถอดถอน หากพิจารณาคดีแล้วว่าบันทึกของโคเมย์ที่ระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัสเซียเป็นเรื่องจริง
โดยในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ จะเป็นวันที่ประธานคณะกรรมาธิการด้านการสอบสวนฝ่ายบริหารประจำสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ ส่งหนังสือไปยัง FBI ให้ส่งมอบบันทึกข้อความทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโคมีย์ต่อการถูกประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้ยุติการสอบสวนไมเคิล ฟลินน์ มาตรวจสอบ
ผลสำรวจจาก Public Policy Polling พบว่าชาวอเมริกันจำนวน 48% สนับสนุนการถอดถอนประธานาธิบดี ในขณะที่อีก 41% ไม่เห็นด้วย โดยผลการสำรวจครั้งนี้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 12 - 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากการสำรวจชาวอเมริกัน 2,001 คน โดยมีเพียง 35% เท่านั้นที่คิดว่าการที่ทรัมป์ถอดโคมีย์ออกจากตำแหน่งนั้นเป็นเรื่องเหมาะสม ส่วนอีก 42% มองว่าไม่เหมาะสม







