
เกาหลีเหนืออ้างขีปนาวุธที่เพิ่งทดสอบ เป็นรุ่นใหม่ติดหัวรบนิวเคลียร์ได้
สำนักข่าวท้องถิ่นเกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จของการทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่ ด้านยูเอ็นเตรียมประชุมพิเศษหารือในวันอังคารนี้
สำนักข่าวท้องถิ่นเกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จของการทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่ ด้านยูเอ็นเตรียมประชุมพิเศษหารือในวันอังคารนี้
การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด ทางเกาหลีเหนืออกมาประกาศการประสบความสำเร็จสำหรับขีปนาวุธรุ่นใหม่ของพวกเขา รายงานจาก KCNA สำนักข่าวท้องถิ่นของกรุงเปียงยาง เมื่อช่วงเช้าของวันนี้
การปลดปล่อยขีปนาวุธที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ พิสัยไกลที่มีชื่อว่า Hwasong-12 ซึ่งสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ โดยทางสำนักข่าวระบุว่าคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้เฝ้าติดตามการทดสอบขีปนาวุธลูกนี้ด้วยตนเอง
ขีปนาวุธลูกดังกล่าวถูกยิงขึ้นด้วยมุมสูง ตัวขีปนาวุธทะยานขึ้นสูงถึงกว่า 2,000 กิโลเมตร และเดินทางได้ไกลจากจุดปล่อยเป็นระยะทาง 787 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงในน่านน้ำของญี่ปุ่น ซึ่งทางสำนักข่าว KCNA ระบุว่าตกตามตำแหน่งที่คำนวณไว้อย่างแม่นยำ
ด้านผู้เชี่ยวชาญออกมากล่าวว่า ขีปนาวุธที่ถูกยิงในมุมสูงเช่นนี้ ตามทฤษฎีแล้วสามารถเดินทางได้อย่างน้อย 4,000 กิโลเมตร นั่นหมายความว่าขีปนาวธลูกดังกล่าวสามารถโจมตีประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แต่ไม่อาจไกลพอที่จะโจมตีสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามทางเกาหลีเหนือเองยังคงมุ่งพัฒนาอาวุธของพวกเขาต่อไป โดยมีเป้าหมายเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบนิวเคลียร์
การทดสอบครั้งใหม่นี้ยิ่งสร้างความวิตกกังวลมากขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี สหรัฐอเมริกาออกมาเตือนพร้อมใช้ยุทธวิธีทางการทหารในการยุติโครงการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือ ด้านเกาหลีเหนือเองก็ระบุพร้อมตอบโต้กลับทุกเมื่อ หากถูกคุกคาม
ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเตรียมเปิดการประชุมในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการทดสอบอาวุธครั้งล่าสุด ซึ่งถูกมองว่าเป็นการส่งข้อความท้าทายไปยังเกาหลีใต้ ประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่งจะประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ไป โดยมุน แจอึน อดีตทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ว่าที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังคงยืนยันที่จะใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา
โดยทางเกาหลีใต้ประกาศแผนงานในวันจันทร์ เตรียมส่งทูตพิเศษเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไปยังใน 5 ประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย และเยอรมนี พบปะพูดคุย และอธิบายแผนงานระดับทวิภาคี รายงานจากทำเนียบบลูเฮ้าส์ของประธานาธิบดี
ขอบคุณภาพจาก DW







