
สถานการณ์โลก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ สั่งปลด เจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ)
ทรัมป์สั่งปลดผอ.เอฟบีไอ
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ สั่งปลด เจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ซึ่งรับผิดชอบสืบสวนกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อเดือน พ.ย. 2016 โดยให้เหตุผลว่า โคมีย์รับมือเหตุการณ์แฮ็กอีเมลของ ฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐได้ไม่ดีนัก ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่ายและมีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการสกัดโคมีย์ให้พ้นทางขณะที่เข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับกรณีการแทรกแซงของรัสเซีย
เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น ปัญหาคนว่างงานอื้อ
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้ว่าอาจไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้ หลังในประเทศสมาชิกทั้งหมด 34 ชาติ มีเพียงเยอรมนีและแคนาดาที่มีแนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัว และเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐ ไม่ขยายตัวเท่าที่ควร ด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุว่า อัตราการว่างงานของยูโรโซนย่ำแย่กว่าตัวเลขของทางการ โดยอยู่ที่ 15% สูงกว่าตัวเลขทางการที่ 9.5% และมีเพียงเยอรมนีเท่านั้นที่ไม่มีปัญหาการว่างงาน
โสมขาวได้ผู้นำใหม่ หวังฟื้นสัมพันธ์โสมแดง
มุนแจอิน ผู้สมัครที่มีแนวคิดเสรีนิยม จากพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน เป็นผู้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนที่ ปาร์กกึนเฮ ที่ถูกถอดถอนไปด้วยคดีคอร์รัปชั่น แม้สถานการณ์ดูจะเป็นความหวังใหม่สำหรับชาวเกาหลีใต้ แต่ปัญหาภายในประเทศนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยความท้าทายแรกที่มุนแจอินต้องเผชิญ คือ ความพยายามปฏิรูปกลุ่มธุรกิจครอบครัว (แชโบล) รวมถึงปัญหาวิกฤตอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีที่ทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง
ไอเอ็มเอฟเตือนเอเชียรีบรับมือเสี่ยงจะแก่ก่อนรวย
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 9 พ.ค. เตือนให้ประเทศในเอเชียเตรียมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ และหลายประเทศในภูมิภาคมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะแก่ก่อนรวย และคาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของจำนวนประชากรในเอเชียจะลดลง จนไม่มีการเติบโตภายในปี 2050 และจะลดลงจนติดลบในอีก 30 ปีข้างหน้า ขณะที่สัดส่วนของประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นเกือบ 2.5 เท่าจากระดับปัจจุบัน รวมถึงกล่าวเตือนให้เตรียมรับมือกับความเสี่ยงของมาตรการกีดกันการค้า และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
'มาครง' นั่งผู้นำใหม่ฝรั่งเศส
การเลือกตั้งฝรั่งเศสผ่านพ้นไปพร้อมความโล่งใจของกลุ่มยูโรโซนที่ไม่ต้องสูญเสียเศรษฐกิจขนาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วนถึง 21% ของทั้งหมด หลัง เอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครที่มีแนวคิดกลาง สนับสนุนการค้าเสรี และสหภาพยุโรป (อียู) เอาชนะ มารีน เลอ เปน ผู้สมัครขวาจัดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ไปด้วยคะแนนเสียงราว 66 ต่อ 44% หรือทิ้งห่างเกิน 20% ตามความคาดหมาย แม้ว่าจะมีผู้ไม่ไปใช้สิทธิมากถึง 25% และมีบัตรเสียถึงราว 11.5% ก็ตาม กลายเป็นการขจัดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในปีนี้ โดยค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือน โดยขึ้นไปแตะระดับ 1.1024 เหรียญสหรัฐ/ยูโร ระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 8 พ.ค. หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อการเมืองในยุโรปหลังจากทราบผลการเลือกตั้ง โดยด่านทดสอบต่อไปคือสนามเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในวันที่ 11 มิ.ย.นี้
ทุนสำรองจีนคืนชีพ หลังได้มาตรการรัฐช่วยหนุน
ทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนในเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ไปอยู่ที่ 3.03 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 106 ล้านล้านบาท) เนื่องจากมาตรการควบคุมเงินทุนและค่าเงินเหรียญสหรัฐที่เริ่มชะลอการแข็งค่าขึ้นช่วยบรรเทาภาวะทุนไหลออก อย่างไรก็ตาม วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีอันดับ 2 ของโลก กล่าวว่า ตลาดจีนเป็นเสมือนกาสิโนที่ดึงดูดนักลงทุนเข้าไปเดิมพัน แต่ตลาดทุนจีนในปัจจุบันอยู่ในช่วงที่มีการเก็งกำไรอย่างมากจนก่อให้เกิดการผันผวน







