
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เล็งใช้ภูเขาน้ำแข็งแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ
โครงการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำด้วยการย้ายภูเขาน้ำแข็งจากขั้วโลกใต้มาไว้ยัง UAE เตรียมเริ่มต้นจริงในปี 2018 นี้
โครงการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำด้วยการย้ายภูเขาน้ำแข็งจากขั้วโลกใต้มาไว้ยัง UAE เตรียมเริ่มต้นจริงในปี 2018 นี้
หากเป็นคุณผู้อ่านจะแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของชาติอย่างไร? หากสาเหตุหลักเป็นเพราะที่ตั้งของประเทศคุณดันอยู่บนทะเลทราย ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีปริมาณน้ำฝนตกลงเพียงแค่ 65 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อปีเท่านั้น ดังนั้นแล้วบริษัทหัวใสแห่งหนึ่งจึงเสนอไอเดียที่จะใช้ภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ในการแก่ปัญหาดังกล่าว และนี่ไม่ใช่เรื่องเล่น เพราะพวกเขามีแผนที่จะเริ่มต้นจริงในต้นปี 2018 นี้
ไอเดียนี้เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ทวีปแอนตาร์กติกาประกอบด้วยน้ำแข็งเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคิดเป็นปริมาณ 60% ของน้ำทะเลทั่วโลก นั่นหมายถึงปริมาณของน้ำแข็ง และหิมะกว่าหมื่นล้านล้านตัน ภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลให้ผืนน้ำแข็งบางส่วนเริ่มหลุดออกจากทวีป และเริ่มละลาย ซึ่งเฉลี่ยภูเขาน้ำแข็ง 1 ลูกที่หลุดออกมานั้นสามารถให้น้ำจืดได้มากถึง 20 พันล้านแกลอน นั่นเพียงพอที่จะเสี้ยงดูผู้คนจำนวน 1 ล้านคน ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตลอด 5 ปี
อย่างไรก็ตามภารกิจการขนส่งภูเขาน้ำแข็งมากแอนตาร์กติกา มายังรัฐฟูไจราห์ด้วยเรือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เวลาเกือบปี ทั้งนี้นอกจากน้ำแข็งที่ละลายจะสามารถนำไปใช้ในการอุปโภค และบริโภคได้แล้ว การย้ายภูเขาน้ำแข็งมาตั้งยังข้างทะเลทรายยังนำมาซึ่งประโยชน์ที่คาดไม่ถึง
อับดุลลาห์ โมฮัมหมัด สุไลมาน อัล-เซฮิ กรรมการที่ปรึกษาจาก NABL สำนักงานที่ปรึกษาแห่งชาติกล่าวว่า มวลอากาศเย็นที่หลั่งไหลออกมาจากภูเขาน้ำแข็งนั้นจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ และส่งผลให้ปริมาณฝนที่ตกลงยังในภูมิภาคนี้เพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นแล้วยิ่งมีภูเขาน้ำแข็งมากเท่าไหร่ ฝนก็จะตกมากขึ้นตามมา ซึ่งไอเดียนี้เป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยเปลี่ยนทะเลทรายอันแห้งแล้งของพวกเขาให้กลับมาเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวอีกครั้ง
และขณะนี้ทางบริษัทเจ้าของไอเดียกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการ ก่อนเริ่มลงมือทำจริง ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถชมแบบจำลองโครงการของพวกเขาได้จากวิดีโอด้านล่าง
ขอขอบคุณวิดีโอจาก National Advisor Bureau Limited







